
บุกโรงงานเถื่อนผลิต 'หมูยอ-ลูกชิ้น' ไร้ อย. ส่งขายทั่วประเทศ
ตำรวจสอบสวนกลาง-กรมปศุสัตว์-อย.-สสจ.ปทุมธานี บุกตรวจโรงงานเถื่อน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ลักลอบผลิต 'หมูยอ-ลูกชิ้น' โดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้เลขสารบบอาหารปลอมส่งขายทั่วประเทศ มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
KEY
POINTS
- เจ้าหน้าที่บุกทลายโรงงานเถื่อนใน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่ลักลอบผลิตหมูยอและลูกชิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ตรวจพบการผลิตในสถานที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และมีการใช้เลขสารบบอาหาร (อย.) ปลอม หรือที่ถูกยกเลิกแล้วบนฉลากสินค้า
- ยึดของกลางทั้งผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังผลิต 30 ตันต่อเดือนและส่งขายทั่วประเทศ
9 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สสจ.ปทุมธานี ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นโรงงานลูกชิ้นเถื่อนยี่ห้อดัง ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่งขายทั่วประเทศ ตรวจยึดของกลางทั้งผลิตภัณฑ์สินค้า อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้ผลิต จำนวน 18 รายการ รวม 132,725 ชิ้น มูลค่ากว่า 7,000,000 บาท
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับการประสานข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ ให้ตรวจสอบโรงงานลักลอบผลิตสินค้าอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิตอาหาร โดยลักลอบผลิตลูกชิ้นจำนวนมากในสถานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ แพ็คบรรจุส่งขายผ่านตัวแทนทั่วประเทศ
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์, เจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี
เข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบนายอรรถพล (สงวนนามสกุล) แสดงตนเป็นเจ้าของกิจการ จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) รวม 6 รายการ จำนวน 6,109 ถุง
2. ผลิตภัณฑ์ที่นำเลขสารบบอาหารที่ยกเลิกแล้วมาติดบนฉลาก รวม 10 รายการ จำนวน 2,507 ถุง
3. ผลิตภัณฑ์ที่นำเลขสารบบอาหารปลอมมาติดแสดง รวม 4 รายการ จำนวน 1,800 ถุง
4. วัตถุดิบที่ใช้ผลิต ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว หนังไก่ และเอ็นวัว รวม 800 กก.
5. เครื่องจักร อุปกรณ์ในการผลิต เช่น เครื่องบดเนื้อสัตว์, เครื่องสับผสม, เครื่องปั้นลูกชิ้น, หม้อต้มลูกชิ้น สายพานลำเลียงลูกชิ้น เป็นต้น
รวมตรวจยึดของกลางผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปที่ผิดกฎหมาย จำนวน 20 ยี่ห้อ จำนวน 10,416 ถุง เครื่องจักร และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต มูลค่ากว่า 7,000,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
จากการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พบว่าโรงงานดังกล่าวเคยได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร แต่ใบอนุญาตหมดอายุตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2568 และไม่ได้ยื่นต่อใบอนุญาตแต่อย่างใด
เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจมาตรฐานการผลิตของโรงงานดังกล่าว พบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านความสะอาดและสุขอนามัย ซึ่งนายอรรถพล เจ้าของโรงงานรับว่า โรงงานแห่งนี้เปิดมาแล้วประมาณ 10 ปี และยังไม่ต่อใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารจริง โดยโรงงานแห่งนี้ผลิตหมูยอ ไก่ยอ จ๊อไก่ ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นไก่ ส่งขายให้กับลูกค้าทั่วประเทศ มีกำลังผลิตและจำหน่ายเดือนละ 30 ตัน โดยเมื่อผลิตเสร็จแล้วจะส่งต่อให้กับตัวแทนเพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าจำหน่ายไปทั่วประเทศ รายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 3 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างอาหารเพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารต้องห้าม (เช่น สารบอแรกซ์) ชนิดและปริมาณวัตถุกันเสีย และจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากพบสารห้ามใช้ในอาหารเพิ่มเติม จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ฐาน "ผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์" ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย ดังนี้
พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522
- ฐาน "เป็นผู้ตั้งโรงงานผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน "ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง" ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 30,000 บาท
-ฐาน "ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม" ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท - 100,000 บาท
- ฐาน "ผลิตอาหารหลังจากที่ใบอนุญาตสิ้นอายุโดยมิได้ยื่นคําขอ" ต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันวันละไม่น้อยกว่า 500 บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ใบอนุญาตขาดอายุ
กรณีหากผลตรวจวิเคราะห์ปรากฏพบจุลลินทรีย์ก่อโรคในอาหารหรือสารที่ใช้ผสมที่เป็นสารต้องห้ามหรือใช้ในปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็จะมีความผิดเพิ่มเติมในข้อหา "ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์" ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







