
อย.เดินหน้ายกระดับงานวิจัย-นวัตกรรม ดันโครงสร้างอุตสาหกรรมสุขภาพไทย
“อย.-วว.“ ผนึกกำลังสร้างระบบนิเวศงานวิจัยสู่ตลาดเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขับเคลื่อน “งานวิจัย นวัตกรรม และการกำกับดูแล” ดันการเติบโตอุตสาหกรรมสุขภาพไทย
KEY
POINTS
- อย. และ วว. ลงนามความร่วมมือเพื่อบูรณาการงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
- มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ (NQI) เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการ การผลิตในโรงงานต้นแบบ จนถึงการขึ้นทะเบียน
- ร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น บัญชีรายการจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาบำบัดรักษาขั้นสูง (ATMPs)
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการบูรณาการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม และระบบกำกับดูแลเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการสู่การขึ้นทะเบียนและออกสู่ตลาด อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในเวทีโลก
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของ อย. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริมเศรษฐกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ วว. ในฐานะองค์กรวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในอนาคต โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่
ประเด็นแรก
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่การวิเคราะห์ทดสอบในห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล การขยายศักยภาพโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) สำหรับพัฒนากระบวนการผลิต ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านกฎระเบียบและการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทำให้ผลงานวิจัยไทยสามารถก้าวสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ประเด็นที่สอง
การร่วมพัฒนาฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และบัญชีรายการสารหรือส่วนประกอบที่อนุญาตให้ใช้ (Positive List) โดยพิจารณาข้อมูลความปลอดภัยและคุณสมบัติของสายพันธุ์จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ รวมถึงการจัดทำข้อมูลอ้างอิงด้านโพรไบโอติกส์รองรับการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ ลดภาระการจัดเตรียมข้อมูลซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
ประเด็นที่สาม
การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) โดยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ชั้นสูง ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง และการจัดตั้งธนาคารชีวภาพ (Biobank) เพื่อรองรับการวิจัย การพัฒนา และการผลิตในประเทศ ต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติของภูมิภาค
เภสัชกรหญิงสุภัทรา กล่าวว่า การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทใหม่ของภาครัฐในการขับเคลื่อน “งานวิจัย นวัตกรรม และการกำกับดูแล” ไปพร้อมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย โดยยังคงยึดมั่นในความปลอดภัยของผู้บริโภค ตามนโยบาย MOPH Plus ของกระทรวงสาธารณสุข และวิสัยทัศน์ FDA on Health Up ของ อย. ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานเศรษฐกิจสุขภาพมูลค่าสูงของภูมิภาค







