thansettakij
thansettakij
สุ่มตรวจหมูดิบอุบลฯ พบปนเปื้อนเชื้อ 'ไข้หูดับ' 83.3% ป่วยสะสมทะลุ 1.3 พันราย

สุ่มตรวจหมูดิบอุบลฯ พบปนเปื้อนเชื้อ 'ไข้หูดับ' 83.3% ป่วยสะสมทะลุ 1.3 พันราย

05 มิ.ย. 69 | 05:05 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มิ.ย. 69 | 05:11 น.

กรมวิทย์ เผยสถานการณ์เชื้อ Streptococcus suis สาเหตุโรคไข้หูดับ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศกว่า 1,340 ราย ขณะที่ผลสำรวจหมูดิบใน จ.อุบลราชธานี พบการปนเปื้อนเชื้อสูงถึง 83.3 % ย้ำ หลีกเลี่ยงบริโภคหมูดิบ

KEY

POINTS

  • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สุ่มตรวจเนื้อหมูดิบในตลาดสด จ.อุบลราชธานี พบการปนเปื้อนเชื้อไข้หูดับ (Streptococcus suis) สูงถึง 83.3%
  • สถานการณ์ทั่วประเทศพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หูดับสะสมแล้วกว่า 1,340 ราย ในช่วงปี 2565-2567 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • ผลตรวจในอุบลฯ พบเชื้อสายพันธุ์ serotype 2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่ก่อโรครุนแรงในมนุษย์ และพบการปนเปื้อนกระจายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่

กรมวิทย์ เผยสถานการณ์เชื้อ Streptococcus suis สาเหตุโรคไข้หูดับ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศกว่า 1,340 ราย ขณะที่ผลสำรวจหมูดิบในจังหวัดอุบลราชธานีพบการปนเปื้อนเชื้อสูงถึง 83.3 % ย้ำประชาชนควรรับประทานอาหารปรุงสุก หลีกเลี่ยงการบริโภคหมูดิบ ไม่สัมผัสสัตว์ป่วย สวมถุงมือป้องกันเชื้อเมื่อมีบาดแผล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่าย พบว่า สถานการณ์การติดเชื้อ Streptococcus suis ในประเทศไทย ช่วงปี 2565–2567 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศจำนวน 1,340 ราย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง Streptococcus suis เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก พบได้ในทางเดินหายใจส่วนบน ต่อมทอนซิล ทางเดินอาหารของสุกรหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ คนสามารถได้รับเชื้อจากการสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรคหรือมีเชื้อก่อโรคผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อ บุตา หรือจากการบริโภคเนื้อ เครื่องใน หรือเลือด ที่ไม่ปรุงสุกพบได้ในสุกร หรือจากการปนเปื้อนเชื้อ โดยอาจก่อให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สูญเสียการได้ยินถาวร และอาจเสียชีวิตได้ 

จากข้อมูลการเฝ้าระวัง พบว่าความชุกของการติดเชื้อ Streptococcus suis ในปี 2565 อยู่ที่ 0.088% ลดลงเป็น 0.048% ในปี 2566 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.2% ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการติดเชื้อที่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชายประมาณ 68% และพบมากในกลุ่มอายุ 55–74 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 55–64 ปี ขณะที่ตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มาจากเลือด ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของการติดเชื้อหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน

สำหรับพื้นที่ที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 288 ราย เขตสุขภาพที่ 3 จำนวน 249 ราย เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 171 ราย เขตสุขภาพที่ 2 จำนวน 136 ราย และเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 114 ราย โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากโรงพยาบาลที่นำส่งข้อมูล คิดเป็นประมาณ 70–75% ของประเทศ

ผลวิเคราะห์เนื้อหมูดิบตลาดสดอุบลฯ ปนเปื้อนเชื้อฯ สูงถึง 35 ตัวอย่าง

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อ Streptococcus suis ในจังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องทุกปี สะท้อนถึงลักษณะการเป็นโรคประจำถิ่น ล่าสุดศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สุ่มตรวจวิเคราะห์เนื้อหมูดิบจากตลาดสดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 42 ตัวอย่าง ด้วยเทคนิค real-time PCR ที่มีความแม่นยำสูง พบการปนเปื้อนเชื้อ Streptococcus suis สูงถึง 35 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 83.3 

ทั้งนี้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ Streptococcus suis ร้อยละ 37.1 เป็นสายพันธุ์หลัก serotype 2 ที่ก่อโรครุนแรงในมนุษย์ สำหรับการกระจายตัวของเชื้อจากการสุ่มตรวจตลาดสด 22 แห่ง พบการปนเปื้อนกระจายอยู่เป็นวงกว้าง โดยตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ serotype 2 ในพื้นที่สำคัญ อาทิ ตลาดสดเทศบาลอำเภอพิบูลมังสาหาร, ศรีเมืองใหม่, ตระการพืชผล, เหล่าเสือโก้ก, ตลาดสดหนองบัวและเทศบาล 5 ในเขตอำเภอเมือง, ตลาดสดในอำเภอสำโรง, น้ำขุ่น, น้ำยืน และทุ่งศรีอุดม

นอกจากนี้ยังพบเชื้อในตลาดสดพื้นที่อำเภอสิรินธร, โขงเจียม, ดอนมดแดง, ม่วงสามสิบ, วารินชำราบ, เขื่องใน, นาจะหลวย, เดชอุดม, เขมราฐ, โพธิ์ไทร, นาตาล, นาเยีย และบุณฑริก ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ที่มีการสุ่มตรวจ

"กรมวิทย์ ได้ดำเนินการส่งข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และปศุสัตว์จังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการแจ้งเตือนภัยและควบคุมความเสี่ยงในพื้นที่

สำหรับประชาชนเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบ หรือเลือดหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ และต้องแยกอุปกรณ์ดิบกับสุกจากกัน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง" ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย