thansettakij
thansettakij
'หมอยง' ถอดบทเรียน 5 ปีโควิด เศร้าใจ 'โซเชียลบูลลี่' ทำไทยสูญงบวัคซีนมหาศาล

'หมอยง' ถอดบทเรียน 5 ปีโควิด เศร้าใจ 'โซเชียลบูลลี่' ทำไทยสูญงบวัคซีนมหาศาล

04 มิ.ย. 69 | 02:20 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มิ.ย. 69 | 03:03 น.

'หมอยง' เปิดใจย้อนอดีต 5 ปีวิกฤตโควิด-19 ชี้บทเรียนราคาแพงกระแสสังคมออนไลน์บีบคั้นทำประเทศสูญเงินก้อนโตไปกับวัคซีน ขณะที่ผลงานไทยได้รับการยอมรับระดับโลก

KEY

POINTS

  • ศ.นพ.ยง ชี้ว่าแรงกดดันและกระแสบูลลี่ในโซเชียลมีเดีย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องเสียงบประมาณจำนวนมหาศาลไปกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19
  • ตลอดช่วงการระบาด ท่านถูกโจมตีอย่างหนักและถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งที่ยืนยันว่าเป็นการให้ข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริง
  • รู้สึกเศร้าใจที่ความเชื่อในโลกออนไลน์มีอิทธิพลเหนือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งหากไม่มีแรงกดดันดังกล่าว ประเทศจะสามารถประหยัดงบประมาณด้านวัคซีนได้อีกมาก

4 มิถุนายน 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวใจความระบุว่า โรคโควิด 19 บทเรียนย้อนกลับกว่า 5 ปีที่ผ่านมา 

โควิด 19  ได้เปลี่ยนมาเป็นโรคประจำฤดูกาลเหมือนไข้หวัดใหญ่ และโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ที่พบเป็นประจำตามฤดูกาล หรือเพิ่มจำนวนไวรัส coronavirus อีก 1 ตัวจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 4 ตัว เป็น 5 ตัว ก็คงจะสลับระบาดกันไปมา 

ในช่วงวันหยุดได้มีโอกาสย้อนกลับไปดู เหตุการณ์เก่า ๆ ไม่ว่าจะใน YouTube  บนหน้าเพจต่าง ๆ ทั้งที่ผู้หวังดีส่งมาให้เป็นจำนวนมาก ผมเป็นนักวิชาการเต็มตัว ทำการศึกษาวิจัยโรคทางไวรัสมาตลอดหลาย 10 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ไข้หวัดนก มือเท้าปาก ไข้หวัดใหญ่ 2009  ziga ไข้ปวดข้อยุงลาย มาจนถึงโควิด 19  และเมื่อมองย้อนกลับตั้งแต่เมื่อเริ่มระบาด

ปัญหาของโควิด 19 ที่เริ่มระบาดในยุคแรก ตามหลักของไวรัสแล้วทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน โรคก็จะรุนแรง จนกว่าจะมีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีน หรือการติดเชื้อ ก็จะมีการปรับตัวเข้าหากันและลดความรุนแรงของโรคลม ตามวิวัฒนาการ เห็นได้ชัดตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่ 2009  ปัจจุบันก็ยังระบาดอยู่เหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาตัวหนึ่งแต่ตอนเข้ามาปีแรกประเทศไทยก็มีการเสียชีวิตถึง 200 กว่าคน เช่นเดียวกันกับโควิด 19 

ผมพยายามให้ข้อมูลมาตลอด และศึกษาวิจัยอย่างเร่งด่วน และให้ข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่ทุกคนมีความรู้เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างความรู้และชี้แจงสังคม ขณะนั้นทุกคนเก่งหมด ติดตามข้อมูลสังคมตะวันตก แล้วก็จะเชื่อฝังหัว

ในบ้านเราเมื่อมองย้อนกลับ หลายคนบอกว่า ผมทนอยู่ได้อย่างไรทั้งถูกก้าวร้าว ทางคำพูด bully ต่าง ๆ มากมาย กล่าวหาถึงกับว่าได้รับผลประโยชน์เป็นผู้แทนของวัคซีนและหรือมีส่วนร่วมกับการจัดซื้อ ทั้งในความเป็นจริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ นอกจากขอทุนมาทำการวิจัยอย่างเร่งด่วนและให้ข้อมูลกับประชาชนที่ถูกต้องเสมอ มาโดยตลอดตามหลักวิทยาศาสตร์

เมื่อดูวีดีโอย้อนกลับมีการกล่าวหา ค่อนข้างรุนแรง ถึงกับจะถอดถอน ผ่าน Change.org โดยแพทย์ท่านหนึ่งเป็นหัวหน้า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันจะถอดถอนอะไรเพราะผมก็เกษียณมานานและทำงานหลังเกษียณ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอะไร ก็อยู่เฉย ๆ สบายดี

แต่สิ่งที่ทนไม่ได้ คือ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ผิดคำสาบานของฮิปโปเกรติส (Hippocratic Oath) ทั้งที่จบมาก็ให้คำสาบาน ก่อนรับใบประกอบโรคศิลป์ แพทย์รุ่นน้องกล่าวหาแพทย์รุ่นพี่ ด้วยวาจาที่ฟังไม่ได้ ผมจำได้แม่น คือ ทางคณะจะเชิญผมไปบรรยาย ให้กับแพทย์จบใหม่ ในปัจฉิมนิเทศ ผมเตรียมตัวอย่างดีที่จะไปพูดในฐานะอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งแต่พอถึงวันใกล้บรรยาย มีอาจารย์ท่านหนึ่งก็มาหาผมและขอยกเลิกรายการนี้หารายการอื่นแทน ท่านกลัวว่า เมื่อผมเข้าบรรยาย นิสิตที่จบแพทย์จะเดินออกหรือกล่าวให้ร้ายซึ่งจะเสียบรรยากาศของการประชุมซึ่งผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยและไม่เคยคิดที่ไม่ดีกับลูกศิษย์แม้แต่น้อย ในที่สุดก็ต้องถอนตัวออกมาซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทนไม่ได้ 

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหากันอีกมากมายโดยเฉพาะในเรื่องของวัคซีนและเมื่อเหตุการณ์ผ่านมาถึงขณะนี้ ไม่มีใครเข้าไปดูย้อนหลังเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ใครผิดใครถูก 

ผมเองเชื่อว่าถ้าทางด้านสังคมโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ ไม่มีแรงบีบคั้น ผมเชื่อว่า ประเทศชาติจะประหยัดเงินได้อีกมากมายและเป็นเงินก้อนใหญ่ด้วยเพราะการป้องกันเราทำได้ดีมาตั้งแต่เริ่มต้น วัคซีนเป็นตัวเสริม ถ้าไม่มีการเรียกร้องมากเราก็จะไม่เสียเงินมากเท่านี้ 

ผลข้อมูลการศึกษา การฉีดวัคซีนเชื้อตายและสูตรการฉีดแบบไขว้ได้ผลดี จนองค์การอนามัยโลก ใช้ข้อมูลของเรา ประกาศเป็นคำแนะนำให้ทั่วโลก ในส่วนลึกผมยังคิดว่า การศึกษาของเรามีประโยชน์มากสำหรับประชากรทั่วโลกแต่ในทางตรงข้ามในขณะนั้น ทุกคนบอกว่า ผมทนได้อย่างไร เมื่อย้อนไปในขณะนั้นผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลยเพราะทุกอย่างเป็นความจริง ไม่ได้มีการสร้างข้อมูลเท็จแต่อย่างใด จึงไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย ใครจะว่า ใครจะโจมตีอย่างไร เราให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่มาจนปัจจุบันเมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ก็ได้แต่เศร้าใจกับการสูญเสียทางอ้อมโดยเฉพาะเรื่องของเงินทองของประเทศมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน 

สื่อสังคมออนไลน์เปรียบเสมือนดาบสองคมจริง ๆ ความเชื่อในการบอกต่อ ๆ กัน กับความจริงกลับกลายเป็นว่า ความเชื่อเสียงดังกว่าความถูกต้องและความเป็นจริงจากการค้นคว้าตามหลักวิทยาศาสตร์