
80 ประเทศทั่วโลกยังเผชิญมาลาเรียระบาด แอฟริกาแบกภาระตาย 95%
ข้อมูลล่าสุดจาก Statista เผยวิกฤตสาธารณสุขโลกปี 2024-2026 พบยอดผู้ติดเชื้อมาลาเรียพุ่งสูง 282 ล้านราย แม้จำนวนประเทศเขตระบาดจะลดลงและมีหลายชาติคว้าใบรับรอง "ปลอดโรค" ได้สำเร็จ แต่ปัญหาขาดแคลนงบประมาณและเชื้อดื้อยายังเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตกลับมาดีดตัวสูงขึ้น
KEY
POINTS
- ปัจจุบันทั่วโลกยังคงมี 80 ประเทศที่เป็นเขตระบาดของโรคมาลาเรีย ลดลงจาก 108 ประเทศเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน
- ทวีปแอฟริกาเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยแบกรับภาระผู้เสียชีวิตจากมาลาเรียสูงถึง 95% ของยอดรวมทั่วโลก
- แม้จำนวนประเทศที่เป็นเขตระบาดจะลดลง แต่ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตทั่วโลกกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปีล่าสุด
จากการประมวลผลข้อมูลของ Statista และองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โลกมีความคืบหน้าในการจำกัดพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรียอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนประเทศที่เป็นเขตระบาดหลัก (Endemic countries) ลดลงจาก 108 ประเทศในปี 2000 เหลือ 80 ประเทศในปี 2024 (รวมดินแดนเฟรนช์เกียนา)
โดยมีกลุ่มประเทศต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการกำจัดโรคจนได้รับใบรับรอง "Certified malaria-free" ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ อียิปต์, เคปเวิร์ด (ปี 2024) และติมอร์-เลสเต, ซูรินาม, จอร์เจีย (ปี 2025)
สัญญาณอันตรายยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสวนทางความสำเร็จ
แม้สถิติในระดับประเทศจะดูดีขึ้น แต่ในเชิงจำนวนผู้ป่วยกลับพบตัวเลขที่น่ากังวล โดยในปี 2024 ยอดผู้เสียชีวิตจากมาลาเรียทั่วโลกขยับขึ้นมาอยู่ที่ 610,000 ราย (เพิ่มขึ้นราว 12,000 รายจากปีก่อนหน้า) ขณะที่ประมาณการผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจาก 273 ล้านราย เป็น 282 ล้านราย
โดยมี 3 ประเทศหลักที่มียอดเคสติดเชื้อมาลาเรีย พุ่งสูงจนส่งผลกระทบต่อสถิติโลก ได้แก่:
- เอธิโอเปีย: เพิ่มขึ้น 2.9 ล้านราย
- มาดากัสการ์: เพิ่มขึ้น 1.9 ล้านราย
- เยเมน: เพิ่มขึ้น 3.7 แสนราย (ทั้ง 3 ประเทศนี้มีสัดส่วนผู้ป่วยใหม่รวมกันถึง 58% ของยอดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก)
แอฟริกาจุดเปราะบางที่สุด-มาเลเซียลุ้นใบรับรอง
รายงานย้ำว่า ภูมิภาคแอฟริกา ยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมาลาเรีย รุนแรงที่สุด โดยแบกรับภาระการเสียชีวิตสูงถึง 95% ของยอดรวมทั่วโลก สาเหตุหลักมาจาก "ช่องว่างทางการเงิน" ในการสนับสนุนด้านสาธารณสุข และการดื้อยาของเชื้อปรสิตและยาฆ่าแมลง
ขณะเดียวกัน มีกลุ่มประเทศที่ผลงานดีเด่นแต่ยังไม่ได้ยื่นคำขอรับรองอย่างเป็นทางการ เช่น ซาอุดีอาระเบีย (ปลอดเชื้อภายในประเทศ 4 ปี) และ ภูฏาน (3 ปี) ส่วน มาเลเซีย มีสถิติปลอดเชื้อในคนยาวนานถึง 7 ปี แต่ยังคงติดเงื่อนไขการรายงานเชื้อ P. knowlesi (มาลาเรียลิง) ซึ่งเป็นเชื้อสัตว์สู่คนที่ยังมีการระบาดอยู่
ข้อมูลจาก Statista ชี้ให้เห็นว่า หากประชาคมโลกไม่เร่งอุดช่องว่างทางการเงินและเพิ่มการวิจัยด้านยาใหม่ๆ เป้าหมายในการขจัดมาลาเรียให้หมดไปภายในปี 2030 อาจเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน







