
ประกาศกรมควบคุมโรค ระวัง 3 โรค 2 ภัยสุขภาพ พบได้บ่อยช่วงหน้าร้อน
กรมควบคุมโรค ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง 3 โรค- 2 ภัยสุขภาพมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นช่วงหน้าร้อน แนะวิธีป้องกันตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย-การเสียชีวิต
KEY
POINTS
- กรมควบคุมโรคประกาศเตือน 3 โรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่ต้องระวังในฤดูร้อน ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง, โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอหิวาตกโรค
- เฝ้าระวัง 2 ภัยสุขภาพที่พบบ่อย คือ การเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อน เช่น โรคลมร้อน และอันตรายจากการจมน้ำซึ่งมีสถิติเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
- แนะวิธีป้องกันโดยยึดหลัก "กินสุก ร้อน สะอาด" สำหรับโรคทางเดินอาหาร, หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันโรคลมร้อน และเพิ่มความระมัดระวังในการทำกิจกรรมทางน้ำ
16 มีนาคม 2569 นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคและภัยสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศได้
กรมควบคุมโรค ได้ออกประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง สำหรับโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ
โรคอุจจาระร่วง : เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ อาจมีอาเจียนและภาวะขาดน้ำร่วมด้วย
โรคอาหารเป็นพิษ: เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อน เช่น เห็ด หรืออาหารทะเล อาการอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย
โรคอหิวาตกโรค: ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยมักมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้อาเจียน และอาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้
แนวทางป้องกันโรคทางเดินอาหารและน้ำ
ประชาชนควรยึดหลัก "กินสุก ร้อน สะอาด" ได้แก่ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน และล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์ก่อนและหลังประกอบอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ รวมทั้งควรดื่มน้ำสะอาด น้ำต้มสุก หรือน้ำที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท และเลือกใช้น้ำแข็งจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน
2. ภัยสุขภาพที่ควรระวัง
การเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อน เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัดจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด
อาการที่อาจพบ ได้แก่ ผื่นจากความร้อน ตะคริวแดด เพลียแดด และโรคลมร้อน โดยประชาชนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละอย่างน้อย 8 – 10 แก้ว สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม–พฤษภาคม มักพบการจมน้ำเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ใหญ่ ประชาชนควรเรียนรู้เกี่ยวกับแหล่งน้ำเสี่ยงและการใช้อุปกรณ์ช่วยลอยน้ำ รวมทั้งการช่วยเหลือคนตกน้ำตามหลัก "ตะโกน โยน ยื่น" โดยไม่กระโดดลงไปช่วย และปฏิบัติตามหลัก "ชูชีพ - กฎ - งดดื่ม" คือ สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ
การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยทางน้ำ (เช่น ป้ายคำแนะนำ คำเตือน) และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างทำกิจกรรมทางน้ำ และดูแลเด็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคในพื้นที่ รวมทั้งควบคุมโรคกรณีเกิดการระบาด โดยทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) และดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง











