thansettakij
thansettakij
งบ สปสช. ถึงทางตัน เตือนวิกฤต รพ.รัฐขาดสภาพคล่อง กลายเป็น "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่

งบ สปสช. ถึงทางตัน เตือนวิกฤต รพ.รัฐขาดสภาพคล่อง กลายเป็น "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่

25 ก.พ. 2569 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 09:01 น.

กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ชี้เป้า 'งบ สปสช.' ถึงทางตัน สัญญาณเตือนวิกฤตโรงพยาบาลรัฐขาดสภาพคล่อง กลายเป็น "ระเบิดเวลา" ของระบบสาธารณสุขไทย

KEY

POINTS

  • สปสช. ค้างชำระเงินค่าบริการแก่โรงพยาบาลรัฐในโครงการ "30 บาทรักษาทุกที่" ทำให้โรงพยาบาลโดยเฉพาะในต่างจังหวัดเผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
  • ปัญหารุนแรงขึ้นจากการนำงบประมาณปี 2569 มาใช้ล่วงหน้า ทำให้งบปีปัจจุบันเสี่ยงไม่เพียงพอ ขณะที่งบกลางยังไม่ได้รับการอนุมัติเพื่อแก้ปัญหา
  • สว. เตือนว่าสถานการณ์นี้เปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการรักษาพยาบาล เช่น การลดปริมาณยา และการตัดค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์

25 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภาในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข ตีแผ่วิกฤตการเงินในระบบสาธารณสุขไทย โดยระบุว่า ปัญหาการค้างชำระเงินค่าบริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้กับโรงพยาบาลในโครงการ "30 บาทรักษาทุกที่" กำลังลุกลามหนัก หลังจากโรงพยาบาลหลายแห่งได้รับเงินไม่เต็มจำนวนตามจริงทำให้ต้องนำเงินบำรุงของโรงพยาบาลมาใช้หมุนเวียนจนขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะโรงพยาบาลในต่างจังหวัดที่เผชิญภาวะติดลบทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่ง นพ.วีระพันธ์ ย้ำว่า เป็นปัญหาคาราคาซังที่สะสมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการนำงบประมาณปี 2569 มาใช้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าส่งผลให้งบประมาณปีปัจจุบันมีแนวโน้มไม่เพียงพออย่างหนัก ในขณะที่งบกลางยังไม่สามารถอนุมัติได้ทำให้โรงพยาบาลที่ให้บริการผู้ป่วยจำนวนมากต้องแบกรับภาระขาดทุนมหาศาล

นพ.วีระพันธ์ เตือนว่า นี่คือ "ระเบิดเวลา" ของระบบสาธารณสุขเพราะหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้โรงพยาบาลจะไม่มีเงินเพียงพอในการอุดรอยรั่วทางการเงินและจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการรักษา ทั้งการลดปริมาณการจ่ายยาที่ควรได้รับตามมาตรฐาน ตลอดจนการตัดงบค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์

ขณะที่ทางออกที่น่ากังวลที่สุด คือ เมื่อถึงจุดที่โรงพยาบาลไม่สามารถแบกรับภาระได้ผลกระทบจะตกอยู่ที่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยนพ.วีระพันธ์ระบุว่า หากผู้อำนวยการโรงพยาบาลจำเป็นต้องตัดเงินโอทีหรือลดคุณภาพการบริการเพื่อความอยู่รอด สุดท้ายหากบุคลากรทางการแพทย์ที่แบกรับภาระไม่ไหวตัดสินใจหยุดปฏิบัติงาน จะเกิดความโกลาหลทั่วประเทศ จึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งจัดการปัญหางบประมาณก่อนที่ระบบจะพังทลายลงจนไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้