

KEY
POINTS
แพทย์หญิงเพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันมักมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเริ่มมีหลายกรณีที่เป็นข่าวปรากฏออกมา ซึ่งในทางการแพทย์จะไม่สามารถออกความเห็นเชิงลึกได้มากนักกับผู้ก่อเหตุหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ตรวจหรือรักษาบุคคลดังกล่าว แต่ภาพรวมของเหตุการณ์ความรุนแรงส่วนใหญ่เริ่มหนักขึ้นกว่าในอดีต ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยแต่ยังรวมถึงต่างประเทศทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญคือ คนสามารถหาอาวุธร้ายแรงได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์แบะออฟไลน์ ทำให้เหตุการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังม่การเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ จากการการนำเสนอข่าวที่ลงรายละเอียดชื่อและประวัติผู้ต้องหาอย่างเต็มที่จนถูกพูดถึงเป็นจำนวนมาก ประเด็นนี้ อาจทำให้คนบางกลุ่มมองว่าผู้ก่อเหตุมีชื่อเสียง เป็นฮีโร่ และเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้ ๆ กันในเวลาไล่เลี่ยกัน
โดยความรุนแรงส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความเครียดและสภาวะจิตใจของบุคคล หลายเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุมักมีความเครียด หรือมีสภาวะจิตใจที่ไม่ปกติแตกต่างจากคนปกติทั่วไป ถัดมาคือการใช้สารเสพติดที่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง เช่น กระท่อม กัญชา
สารเหล่านี้จะไปกวนระบบสารเคมีในสมองและระบบควบคุมอารมณ์ ทำให้ความยับยั้งชั่งใจ ระเบิดความโกรธออกมามากกว่าปกติจนขาดสติ หากใครระเบิดอารมณ์บ่อยและรุนแรง ไม่สมกับเหตุ เช่น แค่เดินชนแล้วจะใช้ปืนขู่ แสดงว่าบุคคลนั้นมีปัญหาเรื่องการควบคุมตัวเอง อาจเกิดจากปัจจัยทางชีวภาพหรือสารเคมีในสมอง
สาเหตุต่อมาคือ โรคทางจิตใจที่กำเริบ ยกตัวอย่าง ไบโพลาร์ หรือ โรคจิตเภท (หูแว่ว หวาดระแวง) หากได้รับการรักษาผู้ป่วยจะน่ารักและใช้ชีวิตปกติได้ แต่ความรุนแรงมักเกิดเมื่อ โรคกำเริบ เช่น มีเสียงสั่งให้ทำร้ายคน หรือมีความหลงผิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่
แพทย์หญิงเพ็ญชาญา กล่าวว่า หากพบบุคคลที่มีแนวโน้มกระทำความรุนแรง แนะนำว่าอย่าคุยตอนบุคคลนั้นโมโหอย่าพยายามไปสั่งสอนหรือชวนทะเลาะตอนอารมณ์เดือด ควรเลือกคุยตอนที่อยู่ในสภาวะที่พร้อมจะฟังดีที่สุด หากเป็นไปได้ควรชวนพบจิตแพทย์ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เหมือนไปหาหมอรักษาโรคกายทั่วไป เพราะพฤติกรรมเหล่านี้พบได้ทั้งในผู้ที่ใช้สารเสพติด ผู้ป่วยสมองเสื่อม หรือผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตใจ
ส่วนผู้ที่เริ่มมีอาการควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ควรหลีกเลี่ยงการเสพคลิปวิดีโอหรือข่าวความรุนแรงซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเครียด นอกจากนี้ ควรตระหนักรู้ถึงการควบคุมสารเสพติดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจำกัดการเข้าถึงอาวุธร้ายแรงอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดเป็นการให้ความรู้เชิงวิชาการทางการแพทย์เท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวที่กำลังเป็นกระแสแต่อย่างใด