thansettakij
รู้จัก 'โรคไข้นกแก้ว' อาการ และ สาเหตุ หลัง ดีอี ยืนยันข่าวจริงพบผู้ป่วย 1 ราย

รู้จัก 'โรคไข้นกแก้ว' อาการ และ สาเหตุ หลัง ดีอี ยืนยันข่าวจริงพบผู้ป่วย 1 ราย

03 ก.พ. 2569 | 06:12 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 06:27 น.

รู้จัก 'โรคไข้นกแก้ว' อาการ และ สาเหตุ หลัง กระทรวงดีอี ยืนยันเป็นข่าวจริง ไทยพบผู้ป่วย 'โรคไข้นกแก้ว'จำนวน 1 ราย

KEY

POINTS

  • กระทรวงดีอีและกรมควบคุมโรคยืนยันพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว 1 รายในไทยเมื่อปลายปี 2568 ซึ่งปัจจุบันรักษาหายแล้ว
  • โรคไข้นกแก้วเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในนกและสัตว์ปีก ติดต่อสู่คนผ่านการสูดดมละอองเชื้อจากมูล ขน หรือสารคัดหลั่ง
  • อาการเบื้องต้นคล้ายโรคระบบทางเดินหายใจทั่วไป เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอแห้ง แต่อาจรุนแรงในกลุ่มเสี่ยง
  • ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสนกป่วย สวมอุปกรณ์ป้องกัน และล้างมือให้สะอาด

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีที่  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้แจ้งว่า  เรื่อง “ไทยพบผู้ป่วย “โรคไข้นกแก้ว”  กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ปัจจุบัน ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว (Psittacosis) จำนวน 1 ราย เมื่อปลายปี 2568 มีโรคประจำตัวและมีประวัติเลี้ยงนกในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาดกรง ปัจจุบันได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

รู้จักไข้นกแก้ว

โรคไข้นกแก้วเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydophila psittaci ซึ่งพบในนกและสัตว์ปีกหลายชนิด เช่น

  • นกแก้ว
  • นกพิราบ
  •  เป็ด
  • และไก่งวง

คนสามารถติดเชื้อจากการสูดดมละอองเชื้อจากมูลแห้ง ขน หรือสารคัดหลั่งของนก กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ปีก เช่น ผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ และผู้ให้อาหารนก

อาการของโรคไข้นกแก้ว 

เชื้อก่อโรคไข้นกแก้วมีระยะฟักตัว 5-14 วัน ซึ่งอาการของผู้ป่วยโดยทั่วไปจะคล้ายกับโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ โดยอาการมักไม่รุนแรงหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย อาการที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อและไอแห้ง

นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจพบอาการรุนแรงหรืออาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อบุหัวใจและลิ้นหัวใจอักเสบ ตับอักเสบและการติดเชื้อในระบบประสาทรวมถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด อย่างไรก็ตามอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคนี้มีน้อยมาก (น้อยกว่าร้อยละ 1)

โรคไข้นกแก้ว อาการ และ สาเหตุ

การวินิจฉัยโรคไข้นกแก้ว

เนื่องจากอาการของผู้ป่วยโรคนี้คล้ายกับอาการของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจชนิดอื่น  ๆ ดังนั้นการวินิจฉัยโรคจึงอาศัยอาการแสดงทางคลินิกร่วมกับประวัติเสี่ยงหรือประวัติการสัมผัสใกล้ชิดกับนก     ที่เลี้ยงหรือสัตว์ปีกชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้อาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการติดเชื้อ เช่น การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อจากเลือด การเพาะเชื้อ การตรวจหาสารพันธุกรรมหรือชิ้นส่วนโปรตีน (แอนติเจน) ของเชื้อจากตัวอย่างที่เก็บจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยเช่น เสมหะ รวมถึงตัวอย่างตรวจที่เก็บจากคอหอยส่วนจมูก (nasopharynx) หรือคอหอยหลังช่องปาก (oropharynx)

การรักษาโรคไข้นกแก้ว  

โรคนี้รักษาได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม macrolides หรือ tetracyclines รวมถึงการรักษาตามอาการที่พบในผู้ป่วย นอกจากนี้การได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการรุนแรงได้ อย่างไรก็ตามผู้ที่หายจากโรคนี้มีโอกาสติดเชื้อหรือเป็นโรคนี้ซ้ำอีกครั้งได้

 การป้องกันโรคไข้นกแก้ว 

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้นกแก้ว แต่มีวิธีการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสนกรวมถึงสัตว์ปีกที่ป่วย หากต้องปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดกับนกและสัตว์ปีก ควรสวมเสื้อผ้าและเครื่องป้องกันให้มิดชิดรวมทั้งสวมหน้ากากอนามัยและสวมถุงมือให้เหมาะสม ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งภายหลังการปฏิบัติงานหรือสัมผัสใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ปีก รวมถึงหมั่นคอยสังเกตอาการของตนเองและสัตว์อยู่เสมอ นอกจากนี้ถ้ามีอาการสงสัยว่าจะติดเชื้อดังกล่าว เช่น มีไข้และอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมกับมีประวัติในการสัมผัสนกหรือสัตว์ปีก ควรรีบพบแพทย์ทันที.

ที่มา: