thansettakij
ภาวะ ‘มดลูกแตก’ คืออะไร เช็ก 5 สัญญาณเตือน อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

ภาวะ ‘มดลูกแตก’ คืออะไร เช็ก 5 สัญญาณเตือน อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

29 ม.ค. 2569 | 20:04 น.

"มดลูกแตก" ภาวะรุนแรงที่ผนังมดลูกฉีกขาด อันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และลูก เช็ก 5 สัญญาณเตือนปวดท้องรุนแรง-เลือดออกมาก

KEY

POINTS

  • ภาวะมดลูกแตกคือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุทุกชั้น ทำให้เสียเลือดมาก เป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งมารดา (อาจช็อกหรือต้องตัดมดลูก) และทารก (เสี่ยงขาดออกซิเจน)
  • สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเคยมีแผลผ่าตัดที่มดลูกมาก่อน เช่น การผ่าคลอด รวมถึงการใช้ยาเร่งคลอดมากเกินไป หรือเกิดอุบัติเหตุกระแทกรุนแรง
  • อาการเตือนสำคัญ ได้แก่ ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน เลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก หัวใจทารกเต้นผิดปกติ และมารดามีภาวะช็อก (ชีพจรเร็ว ความดันต่ำ)

มดลูกแตก” เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่รุนแรง (หัตถการที่เกี่ยวกับการดูแลสตรีตั้งครรภ์ ตั้งแต่ระยะฝากครรภ์-การทำคลอด) เป็นอันตรายต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ ผนังมดลูกจะฉีกขาดทะลุทุกชั้น ทำให้มีเลือดออกหรือรกอาจหลุดออกนอกโพรงมดลูก ส่งผลต่อทารกและมารดาหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

อาการของภาวะมดลูกแตก

จะเกิดการปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน หรือปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดตามปกติ มีเลือดออกทางช่องคลอดในปริมาณมาก มดลูกจะหดรัดตัวผิดปกติ ซึ่งทำให้หัวใจทารกเต้นผิดปกติด้วย อาจเต้นช้าลง หรือไม่พบการเต้นของหัวใจทารก

ขณะเดียวกัน ชีพจรของมารดาจะเต้นเร็วผิดปกติ มีความดันโลหิตต่ำ หรือมีภาวะช็อก ท้องที่เคยนูนอาจเปลี่ยนรูปร่างกะทันหัน

อาการเตือนของภาวะมดลูกแตก

  • ปวดท้องรุนแรงทันที หรือปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดตามปกติ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดในปริมาณมาก
  • การหดรัดตัวของมดลูกผิดปกติ หรือหายไปกะทันหัน
  • ชีพจรมารดาเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หรือมีภาวะช็อก
  • หัวใจทารกเต้นผิดปกติ เช่น เต้นช้าลง หรือไม่พบการเต้นของหัวใจทารก

อาการอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับมารดา จะเสียเลือดมากอย่างรวดเร็ว จนอาจเกิดภาวะช็อก เสี่ยงติดเชื้อรุนแรงในช่องท้อง ในบางรายอาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อช่วยชีวิต ส่วนอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับทารก จะขาดออกซิเจนขณะอยู่ในครรภ์ เสี่ยงต่อการเสียชีวิต

สาเหตุที่พบบ่อยของการเกิดมดลูกแตก

  • เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องมาก่อน โดยเฉพาะแผลผ่าตัดที่มดลูก ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนและปริแตกได้ระหว่างการคลอด
  • การใช้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกมากเกินไป
  • การคลอดติดขัด หรือใช้ระยะเวลาในการคลอดนานกว่าปกติ
  • มดลูกได้รับแรงกระแทกรุนแรง เช่น อุบัติเหตุ
  • ผนังมดลูกบางหรือผิดปกติ เช่น เคยผ่าตัดมดลูก หรือเคยมีแผลฉีกขาดที่มดลูกมาก่อน

การรักษา

ภาวะมดลูกแตกจำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที เพื่อเย็บซ่อมแซมมดลูก หรือ ตัดมดลูกในกรณีที่มีเลือดออกมากและไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงการให้เลือดและสารน้ำ เพื่อป้องกันภาวะช็อกและรักษาความดันโลหิตให้คงที่

 

ที่มา: บทความจากโรงพยาบาลพระรามเก้า และ เพจ Phyathai Hospital