thansettakij
“เวชศาสตร์ฟื้นฟู” โตก้าวกระโดด ตอบโจทย์วัยทำงาน - สูงวัย

“เวชศาสตร์ฟื้นฟู” โตก้าวกระโดด ตอบโจทย์วัยทำงาน - สูงวัย

16 ม.ค. 2569 | 19:45 น.

ธุรกิจเวชศาสตร์ฟื้นฟูโตแรง 300% รับเทรนด์ Wellness และสังคมสูงวัย 3 โรคสุดฮิตทั้ง Office Syndrome กระดูกคอและหลังเสื่อม เข่าเสื่อม ตอบโจทย์กลุ่ม Gen Y- Gen X และต่างชาติกำลังซื้อสูง หนุนไทยก้าวสู่ Wellness Hub ของโลก

KEY

POINTS

  • ธุรกิจเวชศาสตร์ฟื้นฟูเติบโตอย่างก้าวกระโดด รับกระแส Wellness Megatrend และการที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว
  • กลุ่มลูกค้าหลักคือวัยทำงานอายุ 30-50 ปี ที่มีกำลังซื้อและใส่ใจสุขภาพ โดยส่วนใหญ่มีอาการออฟฟิศซินโดรมและโรคกระดูกเสื่อม
  • คลินิกเฉพาะทางเข้ามาตอบโจทย์ข้อจำกัดของโรงพยาบาล มีโอกาสขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าต่างชาติเพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น Wellness Hub

นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้ก่อตั้ง PYONG Rehabilitation Group คลินิกฟื้นฟูสําหรับอาการ ปวดเรื้อรัง กระดูกกล้ามเนื้อ และโรคสมอง เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธุรกิจด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู กำลังกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในอุตสาหกรรมสุขภาพไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยที่ได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว" 

สอดคล้องกับกระแส Wellness Megatrend ที่คนทั่วโลกหันมาใส่ใจคุณภาพชีวิตและการป้องกันก่อนการเจ็บป่วย ทำให้ตลาดการฟื้นฟูสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เริ่มมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะศูนย์เฉพาะทางที่นำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านนี้โดยตรง ที่ช่วยอุดช่องว่างหลังการรักษาในโรงพยาบาลได้

ปัจจัยดังกล่าวคือส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจด้านการฟื้นฟูนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ในเซกเมนต์ที่ยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ลงมาแข่งขันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหรือข้อจำกัดด้านเวลาและสลอตการรักษาในโรงพยาบาลทั่วไป ที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูไม่เข้มข้นพอ ทั้งความสะดวกสบายในการนัดหมายและความเป็นส่วนตัวก็มีไม่มาก

“เวชศาสตร์ฟื้นฟู” โตก้าวกระโดด ตอบโจทย์วัยทำงาน - สูงวัย

ดังนั้น PYONG Rehabilitation Group คลินิก จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเชิงเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพดีในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ครอบคลุมผู้ป่วยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงก่อนเสียชีวิต และเน้นการฟื้นฟูทั้งในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยแล้ว เช่น อาการปวดเรื้อรัง, โรคทางสมอง, ผู้ประสบอุบัติเหตุ ฯลฯ และกลุ่มที่ยังไม่ป่วย (เชิงป้องกัน)

จากสถิติที่ดำเนินกิจการมาแล้วประมาณ 3 ปี พบว่ามีอัตราการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดดถึง 300% ต่อปี ผู้ป่วยหลักที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุดคือกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 40-50 ปี คิดเป็น 60% มี 3 กลุ่มโรคที่พบมากสุด คือ 1.ออฟฟิศซินโดรม อาการปวกกล้ามเนื้อและพังผืด 2.กระดูกคอและหลังเสื่อม 3.เข่าเสื่อม(ดูแลป้องกันและฟื้นฟู) และอื่น โรคสมอง สโตรก ฯลฯ

ในปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย 90% และ ต่างชาติ 10% กลุ่มลูกค้าหลักที่ขับเคลื่อนตลาดคือ Gen Y ตอนต้นและ Gen X (อายุ 30-50 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและใส่ใจในการลงทุนเพื่อสุขภาพ ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร, พนักงานออฟฟิศ, สถาปนิก, นักออกแบบ, ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์อย่างศัลยแพทย์และทันตแพทย์

“เวชศาสตร์ฟื้นฟู” โตก้าวกระโดด ตอบโจทย์วัยทำงาน - สูงวัย

“เรียกได้ว่าตลาดนี้กำลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและคลินิกยังพบว่าลูกค้าที่มีความต้องการในด้านนี้และมีกำลังซื้อสูงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตะวันออกกลางราว 30-40% ถัดมาคือรัสเซีย ยุโรป จีน และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV

นพ.กันตพงศ์ กล่าวว่า PYONG Rehabilitation Group คลินิก เปิดสาขาแรกที่เปิดในปี 2023 เน้นการรักษาอาการปวดให้หายขาดโดยเร็ว ส่วนสาขาที่ 2 ได้ขยายธีมไปสู่การดูแลระยะยาว การดูแลสมองและผู้สูงอายุ โดยเน้นการรักษาแบบ Long-Term Care ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ สำหรับแผนขยายสาขาที่ 3 ในปี 2569 (ช่วงกลางปี) 

โดยสาขาที่ 3 นี้ได้วางแผนลงทุนสูงถึง 5 เท่าจากสาขาเดิม เพื่อรองรับลูกค้าเพิ่มขึ้น 3 เท่า และขยายการรับผู้ป่วยให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการเจาะตลาดต่างชาติ ด้วยการทำงานเป็นทีมแบบสหสาขาวิชาชีพ ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการดูแลได้แบบ One Stop Service จากแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา เช่น แพทย์อายุรกรรมระบบประสาท (ดูแลสมอง), แพทย์อายุรกรรมผู้สูงอายุ, แพทย์โรคหัวใจ, แพทย์จิตเวช, และแพทย์สูตินรีเวช 

“เวชศาสตร์ฟื้นฟู” โตก้าวกระโดด ตอบโจทย์วัยทำงาน - สูงวัย

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพด้านเวชศาสตร์การฟื้นฟูคืออีกหนึ่งเทรนด์ที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยให้เป็น Wellness Hub ของโลก เพราะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาดูแลรักษาฟื้นฟูเกี่ยวกับสุขภาพในไทยล้วนความต้องการสูง แต่ซัพพลายในประเทศยังต่ำ 

เนื่องจาก "แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู" เป็นบุคลากรที่หาได้ยาก มีผู้จบเฉพาะทางในสาขานี้เพียงประมาณ 40-50 คนต่อปีเท่านั้น หากสามารถยกระดับในส่วนนี้ได้จะเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับธุรกิจด้านสุขภาพของไทย