'พัฒนา' นำทีมเยือนจีนศึกษาเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy หวังใช้รักษามะเร็งในไทย

08 ม.ค. 2569 | 09:05 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 09:27 น.

'พัฒนา' รมว.สธ. นำทีมผู้บริหารเยือนจีนศึกษาเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy รวม 2 แห่ง หวังสร้างความร่วมมือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิจัยพัฒนานวัตกรรม ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีรักษามะเร็งในประเทศไทย

KEY

POINTS

  • นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นำคณะผู้บริหารเดินทางเยือนจีนเพื่อศึกษาเทคโนโลยีการฉายรังสีด้วยอนุภาคหนัก (Heavy Ion Therapy) สำหรับการรักษามะเร็ง
  • เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ใช้ลำอนุภาคคาร์บอนไอออนทำลายเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ เหมาะกับมะเร็งที่รักษายาก
  • คณะได้เข้าศึกษาดูงาน ณ บริษัทผู้ผลิตเครื่องมือและโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญในมณฑลกานซู เพื่อพิจารณาแนวทางนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในไทยและสร้างความร่วมมือกับจีน

8 มกราคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งนายพนา สถิตศาสตร์ รองกงสุลใหญ่ฯ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน และนางกุลธิดา บัณฑุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ไทยร่วมเดินทางมามณฑลกานซู สาธารณรัฐประชาชนจีน

เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศไทยกับจีน เกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีด้วยอนุภาคหนัก (Heavy Ion Therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการรักษามะเร็งขั้นสูงด้วยลำอนุภาคที่มีประจุคาร์บอนไอออนซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เร่งความเร็วสูงเพื่อปล่อยพลังงานสูงสุดที่ก้อนมะเร็งและทำลายเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างได้ดีกว่าการฉายรังสีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เหมาะสำหรับมะเร็งที่อยู่ลึกหรือตำแหน่งที่อ่อนไหวต่อรังสี เช่น สมอง ตา กระดูกสันหลัง เป็นต้น 

แม้จะมีต้นทุนสูงแต่ให้ผลการรักษาที่ดีขึ้นและลดผลข้างเคียง ซึ่งประเทศจีนมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีนี้ โดยมีศูนย์รักษาและมีเครื่องที่ผลิตเองในประเทศ เช่น มณฑลกานซู และเซี่ยงไฮ้ เป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ของจีนที่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีมาสู่ประเทศไทยได้

การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันนี้มีการศึกษาดูงานและหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีรักษาด้วยอนุภาคหนัก 2 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท Lanzhou Ion Therapy จำกัด หรือ LANITH เป็นโรงงานผลิตเครื่องรักษามะเร็งด้วยไอออนหนักที่มีความเชี่ยวชาญ ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การทดสอบระบบ การเดินเครื่อง ไปจนถึงการซ่อมบำรุง ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO9001 และ ISO13485 มีใบอนุญาตผลิตและดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ระดับ 3 และใบอนุญาตความปลอดภัยทางรังสีสำหรับอุปกรณ์รังสีระดับ 1

2. ศูนย์รังสีรักษาด้วยอนุภาคหนักอู่เวย โรงพยาบาลอู่เวยเฮฟวีไอออน เมืองอู่เวย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขนาด 1,600 เตียง มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy ถือเป็นหนึ่งในสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของจีนที่เป็นแบบอย่างสำคัญของการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง งานวิจัยทางการแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุม

'พัฒนา' นำทีมเยือนจีนศึกษาเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy หวังใช้รักษามะเร็งในไทย

ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 โรงพยาบาลต้นแบบที่น่าเชื่อถือของจีนและได้รับการรับรองจาก National Medical Products Administration (NMPA) ในปี 2019 มีขีดความสามารถด้านการรักษาสูง และมีการตั้งระบบ Heavy Ion Cancer Treatment System ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีจีนที่มี IP สินค้าของตนเอง มีเครื่องมือระดับสูง เช่น PET-CT, MRI high field 3.0T, Linear Accelerators รวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ ในการรักษาเนื้องอกซับซ้อน

เน้นการบริการครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู และการวิจัยโรคมะเร็ง มีการดำเนินงานภายใต้แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยนำการแพทย์แผนจีนเข้ามาเสริมการรักษาเพื่อลดอาการข้างเคียงและฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยหลังการรักษา ถือเป็นตัวอย่างการผสมผสานเทคโนโลยีระดับสูงกับการแพทย์ทางเลือกอย่างเป็นระบบ

'พัฒนา' นำทีมเยือนจีนศึกษาเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy หวังใช้รักษามะเร็งในไทย

"การมาเยือนทั้งบริษัทลานิทและโรงพยาบาลอู่เวยเฮฟวีไอออน นอกจากจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการศูนย์รักษา และการพัฒนาบุคลากรแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร การวิจัยร่วมกัน

ตลอดจนริเริ่มให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ด้านการลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมทั้งยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในระดับภูมิภาคด้วย ทั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Heavy Ion Therapy ของไทยในอนาคต" นายพัฒนา กล่าว