thansettakij
thansettakij
เตือน RSV ระบาดหนัก ไทยป่วยสะสม 8,578 ราย เด็กเล็กเสี่ยงปอดอักเสบ-หายใจล้มเหลว

เตือน RSV ระบาดหนัก ไทยป่วยสะสม 8,578 ราย เด็กเล็กเสี่ยงปอดอักเสบ-หายใจล้มเหลว

06 ต.ค. 69 | 12:35 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 69 | 12:38 น.

โรค RSV ขาขึ้น ไทยป่วย 8,578 ราย ทารก 6 เดือนแรกเสี่ยงหนัก แนะหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกในครรภ์ ชี้ระบาดถึงหน้าหนาว

KEY

POINTS

  • ไทยพบผู้ป่วย RSV สะสมแล้ว 8,578 ราย โดยสามในสี่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีทารกเสียชีวิต 1 ราย
  • กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็กเล็ก โดยเฉพาะทารกในช่วง 6 เดือนแรก เนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำและทางเดินหายใจมีขนาดเล็ก
  • อาการอาจลุกลามรุนแรง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ และอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวได้

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสาวิตรี พรานพนัส หัวหน้าสาขาวิชาสูตินรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพและประธานคณะจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนแก่สตรีตั้งครรภ์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า อาร์เอสวี (RSV : Respiratory Syncytial Virus) เป็นโรคที่สำคัญในทารกโดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของการคลอดเพราะช่วงนี้มีความเปราะบางสูง ภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำ อาร์เอสวีเป็นโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อซึ่งทำให้เกิดอาการที่ทางเดินหายใจส่วนล่างได้มาก เป็นสาเหตุทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลรวมทั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนกับการหายใจรุนแรง

การติดเชื้ออาร์เอสวี มักทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบหรือเกิดปอดอักเสบซึ่งบางทีต้องเข้ารักษาในไอซียู โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่าหนึ่งปีจะพบได้บ่อย ซึ่งการระบาดของอาร์เอสวีเกิดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าอาร์เอสวี เป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ทำให้เกิดการนอนโรงพยาบาลของเด็กทั่วโลกกว่า 33 ล้านรายต่อปี และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กประมาณ 100,000 รายต่อปี ครึ่งหนึ่งในนั้นอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพราะฉะนั้นเด็กอายุช่วง 6 เดือนแรกเป็นช่วงที่เปราะบางต่อการติดเชื้ออาร์เอสวี

เสียชีวิตอันดับสองรองจากมาลาเรีย

“หากดูสาเหตุของการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็ก อาร์เอสวีถือว่าเป็นอันดับสองรองจากมาลาเรีย สำหรับอาร์เอสวีในประเทศไทยนั้น โอกาสการติดเชื้อและทำให้เกิดการเสียชีวิตจะอยู่ที่ 1.75%” 

นอกจากภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่เท่ากับผู้ใหญ่แล้ว ทางเดินหายใจยังมีขนาดเล็ก เมื่อเกิดการติดเชื้อ จะเกิดการบวมของทางเดินหายใจ มีเสมหะมาก ไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบาก สำหรับเด็กเล็ก การแสดงออกยังไม่ชัด บางทีกว่าจะรู้เด็กก็เกิดอาการหอบ ขาดออกซิเจนหรือส่งผลให้การหายใจล้มเหลว

เตือน RSV ระบาดหนัก ไทยป่วยสะสม 8,578 ราย เด็กเล็กเสี่ยงปอดอักเสบ-หายใจล้มเหลว

 

กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่าโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ยังคงระบาดทุกปี เป็นสาเหตุโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก พบสถิติป่วยสะสมจากวันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 8 กันยายนปีนี้ มีผู้ป่วยแล้ว 8,578 ราย สามในสี่ของผู้ป่วยเป็นเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี เสียชีวิต 1 รายเป็นทารกวัย 2 เดือนที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด โดยอาร์เอสวียังคงหมุนเวียนในชุมชนและเข้าสู่ฤดูกาลระบาดตั้งแต่หน้าฝนจนถึงหน้าหนาวต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด

โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ อาการระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ ไอ จาม และมีน้ำมูก แต่ในเด็กเล็กโดยเฉพาะทารก อาการอาจลุกลามเป็นหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ ทำให้ไอมาก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดกินนมน้อยลง หรือซึม หากพบอาการผิดปกติดังกล่าวควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ โดยอาร์เอสวีคร่าชีวิตเด็กทั่วโลกเป็นอันดับสองรองจากมาลาเรีย

เด็กต่ำกว่า 1 ปีเป็นกลุ่มเปราะบาง

กลุ่มเปราะบางคือกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งช่วงนี้ผู้ที่ใกล้ชิดมากที่สุดคือแม่ โดยอย่างที่ทราบว่าเด็กที่คลอดมาแรกๆ ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน การที่จะเสริมภูมิคุ้มกันให้ทารกแรกเกิดตั้งแต่แรกคือการให้วัคซีนกับสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งวัคซีนจะไปกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันในแม่แล้วถ่ายทอดภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี้ผ่านทางรกไปที่เด็กตั้งแต่อยู่ในท้อง เมื่อเด็กคลอดออกมาก็มีภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนที่แม่สร้างขึ้น สามารถลดการติดเชื้อลงได้

เตือน RSV ระบาดหนัก ไทยป่วยสะสม 8,578 ราย เด็กเล็กเสี่ยงปอดอักเสบ-หายใจล้มเหลว

 

สำหรับช่วงระยะเวลาการระบาดของโรคนั้น อยู่ในช่วงฤดูฝนตั้งแต่มิถุนายนถึงพฤศจิกายน โดยผลระยะยาวที่เกิดขึ้นกับทารกที่ติดเชื้ออาร์เอสวีนั้น สำหรับเด็กในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีแรก อาร์เอสวีไม่ได้ส่งผลเฉพาะการเจ็บป่วยระยะสั้นเท่านั้น เพราะในระยะยาวจะมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะทางเดินหายใจไวเรื้อรัง คือหลอดลมจะไว เมื่อติดเชื้อจะไอเรื้อรังแล้วมีเสียงวี้ดแบบหอบ ในอนาคตก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหอบหืด

นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงขาขึ้นของโรคอาร์เอสวีคือตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้เป็นต้นมา ถือเป็นช่วงสูงสุดของอาร์เอสวีในประเทศไทย อาจเป็นเรื่องของฝนหรือสภาพอากาศอย่างที่ทราบกันดีว่าอาร์เอสวีจะมาพร้อมกับช่วงที่เป็นฤดูฝน 

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่พบในขณะนี้เป็นเด็ก แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 4 ปี เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด รองลงมาคือ 5-9 ปี และมาพบอีกทีในกลุ่มผู้ใหญ่อายุมากกว่า 60 ปี ในแง่ของความรุนแรงโดยเฉพาะน้องๆ เด็กเล็กหลายรายต้องนอนโรงพยาบาลโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่าสองปี ซึ่งมีโอกาสเป็นหนักและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีกกลุ่มที่จะพบว่าติดอาร์เอสวีคือผู้ใหญ่วัย 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะซึ่งแตกต่างจากไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ดังนั้น จึงเป็นการรักษาไปตามอาการหรือรักษาแบบประคับประคอง 

“ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์คือการใช้วัคซีนให้กับแม่ที่ตั้งครรภ์แล้ว โดยสูตินรีแพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องของการรับวัคซีนป้องกันอาร์เอสวี ซึ่งวัคซีนดังกล่าวจะไปกระตุ้นภูมิเพื่อสร้างภูมิต้านทานไปทำลายเชื้อไวรัสอาร์เอสวีที่เกิดขึ้นในร่างกายของแม่ หลังจากนั้นจะส่งผ่านภูมิต้านทานนี้ไปสู่ลูกในครรภ์ผ่านทางรก ดังนั้นหลังจากเด็กคลอดออกมาแล้วโดยเฉพาะในช่วงหกเดือนแรกหลังจากคลอดออกมาก็จะได้รับภูมิต้านทาน ในช่วงที่เด็กเล็กมาก หรือช่วงที่เป็นทารก หลอดลมยังไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานก็ยังไม่ดี เพราะฉะนั้น การที่มีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีนที่แม่ได้รับไป ก็จะช่วยลดความรุนแรงของอาร์เอสวีลงได้”