thansettakij
thansettakij
รับวันอัลไซเมอร์โลก กรมแพทย์แผนไทยฯ แนะ 4 วิธีดูแล-ชะลอสมองเสื่อม

รับวันอัลไซเมอร์โลก กรมแพทย์แผนไทยฯ แนะ 4 วิธีดูแล-ชะลอสมองเสื่อม

21 ก.ย. 69 | 05:18 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ย. 69 | 05:21 น.

วันอัลไซเมอร์โลก 21 ก.ย. 69 กรมการแพทย์แผนไทย เผยแนวทางรับมือสังคมสูงวัย แนะ 4 แนวทางดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ย้ำหากพบอาการหลงลืมผิดปกติควรพบแพทย์โดยเร็ว

KEY

POINTS

  • กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะ 4 แนวทางดูแลสมองและชะลอความเสื่อมเนื่องในวันอัลไซเมอร์โลก โดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีน
  • แนวทางปฏิบัติครอบคลุมการเลือกรับประทานอาหารบำรุงสมอง (เช่น วอลนัท แปะก๊วย) การออกกำลังกาย (เช่น ไท้เก๊ก) และการฝึกสมอง
  • แนะนำการนวดกดจุด "ไป๋ฮุย" บริเวณกลางศีรษะทุกวัน เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • ย้ำว่าศาสตร์ดังกล่าวเป็นเพียงทางเลือกเสริม ไม่สามารถทดแทนการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันได้

21 กันยายน 2569 นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ มีนโยบายมุ่งส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และชะลอภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอายุโดยนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพและช่วยเหลือตนเองได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับภาวะสมองเสื่อมโดยการส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ควบคู่กับการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ และลดโอกาสเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงในระยะยาว

ด้านนายแพทย์กุลธนิต วนรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ตามทัศนะการแพทย์แผนจีน สมองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "ไต" และ "เลือด" โดยไตทำหน้าที่กักเก็บ "สารจิง" ที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง เมื่ออายุเพิ่มขึ้น สารจิงจะลดลงจนกระทบต่อการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ นำไปสู่อาการหลงลืมหรืออารมณ์แปรปรวน

4 แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพสมอง

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอแนะนำ 4 แนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันตามศาสตร์แพทย์แผนจีนเพื่อป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพสมอง ได้แก่

1. บำรุงไตและสมองด้วยอาหาร

  • รับประทานสมุนไพรและอาหารบำรุง เช่น วอลนัท เก๋ากี้ งาดำ ใบแปะก๊วย และโสมอเมริกา

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ทำกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายและได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น ชี่กง หรือมวยไท้เก๊ก

3. ปรับอารมณ์และกระตุ้นสมอง

  • ผ่อนคลายและฝึกสมองด้วยการฟังเพลง พูดคุย หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ

4. นวดกดจุด "ไป๋ฮุย"

  • ใช้นิ้วนวดวนเบา ๆ บริเวณกลางกระหม่อมวันละ 3–5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณศีรษะ

นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

นายแพทย์กุลธนิต เน้นย้ำว่า การแพทย์แผนจีนและการฝังเข็มเป็นเพียง "ศาสตร์ทางเลือก" ที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่การรักษาหลักทดแทนการแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้ป่วยไม่ควรงดยา หรือหยุดการรักษาเดิมด้วยตนเอง หากพบสัญญาณเตือน เช่น หลงลืมผิดปกติ สับสน หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว

21 กันยายนของทุกปี เป็น "วันอัลไซเมอร์โลก" 

ทั้งนี้ อัลไซเมอร์ เป็นโรคในกลุ่มภาวะสมองเสื่อม หนึ่งในปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุที่พบเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นราว 55 ล้านคน และมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี

โดย องค์การอัลไซเมอร์ระหว่างประเทศ (Alzheimer’s Disease International : ADI) ได้ประกาศให้ทุกวันที่ 21 กันยายนของทุก ๆ ปี เป็น "วันอัลไซเมอร์โลก" จุดประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและเข้าใจถึงภัยเงียบของโรคนี้ให้มากขึ้น