thansettakij
thansettakij
ไครโอวิวา ชูนวัตกรรมการแพทย์ปักธงยกระดับไทยสู่โกลบอล เวลเนส

ไครโอวิวา ชูนวัตกรรมการแพทย์ปักธงยกระดับไทยสู่โกลบอล เวลเนส

04 ส.ค. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 69 | 07:31 น.

ไครโอวิวา ร่วมเวทีประชุมวิชาการ The 8th SMART ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ธุรกิจสุขภาพ มุ่งผสานนวัตกรรมไบโอเทคกับองค์ความรู้การแพทย์แบบบูรณาการ

KEY

POINTS

  • ไครโอวิวาชูนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวการแพทย์ (Biotech) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และเวลเนสระดับโลก (Global Wellness Hub)
  • เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านของระบบสาธารณสุขจากการมุ่งเน้นรักษาโรคไปสู่การดูแลเชิงป้องกันและการส่งเสริมการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity)
  • ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่แข็งแกร่ง รองรับตลาด Wellness Economy ของไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.45 ล้านล้านบาท

เวทีประชุมวิชาการ The 8th SMART (Synergistic Meeting of Anti-Aging, Alternative, Aesthetic and Wellness) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำนวัตกรรมสุขภาพ และเป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการร่วมผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และเวลเนสในระดับสากล หรือ Global Wellness Hub

งานประชุมวิชาการ ดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Integrative Medicine: Bridging Anti-Aging, Longevity, Wellness, and Aesthetic Science into Modern Clinical Practice" โดย วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษากลุ่มแรกของประเทศไทยที่พัฒนาหลักสูตรด้านการแพทย์แบบบูรณาการ การชะลอวัย การมีอายุยืนยาว และเวลเนสอย่างเป็นระบบ

ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางการแพทย์ งานวิจัย และมุมมองเชิงพาณิชย์เข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสร้างระบบนิเวศที่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต

จิรัญญา ประชาเสรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด

 

วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับเทรนด์ธุรกิจสุขภาพระดับโลก

นางจิรัญญา ประชาเสรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Wellness: Business Perspectives Every Healthcare Professional Should Know” โดยเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับเทรนด์ธุรกิจสุขภาพระดับโลก ให้แก่แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม

เนื้อหาหลักเน้นย้ำถึงสภาวการณ์เปลี่ยนผ่านของระบบสาธารณสุข จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการรักษาโรคเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการส่งเสริมการมีชีวิตที่ยาวนานอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในยุคใหม่ คือการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านการแพทย์ และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เนื่องจากการพัฒนาด้านเวลเนสและชีวการแพทย์ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างรากฐานระบบนิเวศด้านสุขภาพที่แข็งแกร่งและได้มาตรฐานสากลให้กับประเทศไทย

Wellness Economy ไทยทะลุ 1.45 ล้านล้านบาท

เมื่อพิจารณาในมิติทางเศรษฐกิจ ข้อมูลชี้นำว่าปัจจุบันธุรกิจ Wellness Economy ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดเวลเนสขนาดใหญ่อันดับที่ 24 ของโลก นอกจากนี้ ตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพของไทยยังมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างมหาศาล โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034

ตัวเลขทางการเงินดังกล่าวสะท้อนว่า วงการแพทย์และสาธารณสุขไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเติบโตในระดับสเกลโลก บุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถมองเพียงแค่มิติการรักษาโรคในโรงพยาบาลได้อีกต่อไป แต่ต้องมีความเข้าใจในบริบทของธุรกิจสุขภาพแบบบูรณาการ ตลอดจนเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค การชะลอวัย และการมีสุขภาวะที่ดีในระยะยาว

จิรัญญา ประชาเสรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด  ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Wellness: Business Perspectives Every Healthcare Professional Should Know”

 

การประสานพลังระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวการแพทย์ (Biotech) ของไครโอวิวา ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน กับองค์ความรู้ทางวิชาการระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในภาพรวม

การบูรณาการทั้งด้านวิทยานวัตกรรม บุคลากร และโมเดลธุรกิจ จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และเวลเนสระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม