thansettakij
thansettakij
อินเดียไฟเขียว ขึ้นทะเบียน ‘วัคซีนไข้เลือดออก’ ครั้งแรก

อินเดียไฟเขียว ขึ้นทะเบียน ‘วัคซีนไข้เลือดออก’ ครั้งแรก

26 ก.ค. 69 | 02:59 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ค. 69 | 03:04 น.

DCGI ประกาศขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกครั้งแรกในอินเดีย ยกระดับการป้องกันโรคในกลุ่มประชากรเสี่ยงสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

KEY

POINTS

  • สำนักงานควบคุมและกำกับยาแห่งประเทศอินเดีย (DCGI) อนุมัติการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเป็นครั้งแรก
  • การอนุมัตินี้มีขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไข้เลือดออกในอินเดียที่รุนแรงขึ้น โดยมีการระบาดตลอดทั้งปีและขยายวงกว้างจากเมืองสู่ชนบท
  • วัคซีนดังกล่าวได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และมีการใช้งานแล้วในกว่า 43 ประเทศทั่วโลก

สำนักงานควบคุมและกำกับยาแห่งประเทศอินเดีย (Drug Controller General of India: DCGI) อนุมัติการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเป็นครั้งแรก ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญในการรับมือกับโรคระบาดที่ไม่จำกัดเพียงฤดูกาล การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลกในการควบคุมโรคประจำถิ่นในภูมิภาคเสี่ยงสูง

การอนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศที่มีกลุ่มประชากรเสี่ยงสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การอนุมัติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อินเดียเปิดรับการใช้บรรเทาและป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงความพยายามในการใช้กลยุทธ์ทางการแพทย์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในอินเดียได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในช่วงฤดูฝนอีกต่อไป ในปัจจุบันหลายรัฐทั่วประเทศเริ่มมีการรายงานจำนวนผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และมีการขยายพื้นที่การแพร่ระบาดจากเขตเมืองไปสู่อีกหลายพื้นที่ในเขตชนบทอย่างกว้างขวาง โดยในปี 2567 มีการรายงานตัวเลขผู้ป่วยยืนยันเกินกว่า 233,000 รายทั่วประเทศ

ป่วยไข้เลือดออกสูงกว่า 11 เท่าในช่วง 2 ทศวรรษ 

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า ภาระโรคไข้เลือดออกแท้จริงในอินเดียอาจสูงกว่าตัวเลขที่ถูกรายงานในระบบอย่างมาก โดยคาดการณ์ว่าอาจมีจำนวนการติดเชื้อสูงถึงหลายสิบล้านรายต่อปี ตัวเลขการเจ็บป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 11 เท่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

แสดงให้เห็นว่าการระบาดเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นและมีความซับซ้อนจนยากจะคาดเดา โรคไข้เลือดออกจึงขยับบทบาทจากการเป็นภัยคุกคามด้านสาธารณสุขชั่วคราว ไปสู่การเป็นความท้าทายระดับโลกที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ดร. มาเฮนเดอร์ นายัค หัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคอินเตอร์คอนติเนนทัล ทาเคดา กล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า โรคไข้เลือดออกเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอินเดียจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันที่ยั่งยืนและอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

การตัดสินใจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของประเทศ โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

SAGE ให้การรับรองการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

ขณะที่นายปีเตอร์ สไตรเบิล กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย  ทาเคดา กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกเป็นความท้าทายร่วมกันที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดนและทุกภาคส่วน ทางบริษัทจึงเน้นการทำงานร่วมกับรัฐบาล หน่วยงานสาธารณสุข และพันธมิตรทั้งในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปีเตอร์ สไตรเบิล กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย  ทาเคดา

การดำเนินงานไม่ได้จำกัดเพียงแค่การส่งมอบวัคซีนในประเทศที่ได้รับการอนุมัติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างมาตรการป้องกันรอบด้าน ทั้งการเฝ้าระวังโรค การสร้างความตระหนักรู้ การควบคุมพาหะนำโรค และการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนตามข้อมูลวิทยาศาสตร์และตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละประเทศ

ในระดับสากล คณะที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก (SAGE) ได้ให้การรับรองการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยไม่จำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองก่อนการฉีดมาตั้งแต่ปี 2023 โดยแนะนำให้ใช้ในพื้นที่ที่มีโรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนให้นำวัคซีนเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของภาครัฐในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง

เปิดทาง UNICEF และ PAHO จัดซื้อ กระจายการเข้าถึงวัคซีนได้

นอกจากนี้ วัคซีนดังกล่าวยังผ่านการประเมินมาตรฐาน WHO prequalification ซึ่งยืนยันว่ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เปิดทางให้หน่วยงานระหว่างประเทศอย่าง UNICEF และ PAHO สามารถจัดซื้อเพื่อกระจายการเข้าถึงวัคซีนในวงกว้างได้

ปัจจุบัน วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้รับการอนุมัติให้ใช้งานแล้วในกว่า 43 ประเทศทั่วโลก มีการกระจายวัคซีนไปแล้วมากกว่า 32 ล้านโดส โดยครอบคลุมการฉีดทั้งในโครงการของภาครัฐและเอกชนทั่วภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป ยิ่งไปกว่านั้น

วัคซีนยังได้รับการบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติในประเทศบราซิล รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภาครัฐในประเทศอาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอินโดนีเซีย ซึ่งการอนุมัติของอินเดียในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอีกขั้นในการขยายขอบเขตการคุ้มครองประชากรในพื้นที่เสี่ยงสูงของโลก