thansettakij
thansettakij
เปิดรายชื่อ 7 แพลตฟอร์มลุย  ‘Telepharmacy’ ซื้อขายยาออนไลน์ถูกกฎหมาย

เปิดรายชื่อ 7 แพลตฟอร์มลุย ‘Telepharmacy’ ซื้อขายยาออนไลน์ถูกกฎหมาย

25 มิ.ย. 69 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 03:58 น.

อย. จุดพลุ ‘Telepharmacy’ รับรอง 7 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ นำร่องยกระดับร้านขายยากว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ซื้อขายยาออนไลน์ถูกกฎหมาย

KEY

POINTS

  • อย. ประกาศรับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก สำหรับบริการ "เภสัชกรรมทางไกล" (Telepharmacy) ทำให้ประชาชนสามารถปรึกษาเภสัชกรและซื้อยาออนไลน์ได้อย่างถูกกฎหมาย
  • แพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรอง 7 ราย ได้แก่ Telehealth Thailand, PharmCare, AskMacy by Fascino, ALL PharmaSee, ร้านยากรุงเทพ, Shopee และ LINE MAN
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยา ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับความปลอดภัยในการใช้ยาภายใต้การดูแลของเภสัชกรวิชาชีพ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนการปลดล็อกครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนผ่านระบบการจ่ายยาและการให้คำปรึกษาด้านเภสัชกรรมของประเทศ

จากรูปแบบดั้งเดิมที่ผู้ป่วยต้องเดินเข้าร้านยา ไปสู่ระบบ “เภสัชกรรมทางไกล” หรือ Telepharmacy อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้การกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) เข้าร่วมโครงการได้มากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ

อย. ประกาศรับรองโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถให้บริการ Telepharmacy ได้ จำนวน 7 แพลตฟอร์ม

เจาะลึก 7 แพลตฟอร์มลุย Telepharmacy

ในการประกาศรับรองครั้งแรกนี้ อย. ได้คัดกรองอย่างเข้มงวดและให้การรับรองโปรแกรมประยุกต์หรือแพลตฟอร์มรวมทั้งสิ้น 7 รายแรก ได้แก่

1. Telehealth Thailand โดย สภาเภสัชกรรม : แพลตฟอร์มสายตรงจากองค์กรวิชาชีพ มุ่งเน้นมาตรฐานการบริบาลทางเภสัชกรรมสูงสุด เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงเภสัชกรชุมชนทั่วประเทศ แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือกลางสำหรับเภสัชกรอิสระและร้านยาขนาดเล็กที่อาจไม่มีงบประมาณในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของตนเอง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจริยธรรมวิชาชีพจะถูกนำมาใช้อย่างเข้มงวดที่สุดบนโลกดิจิทัล

2. PharmCare Telepharmacy โดย บริษัท ฟาร์มแคร์ กรุ๊ป จำกัด : สตาร์ทอัพสาย HealthTech สัญชาติไทยที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อระบบร้านยาโดยเฉพาะ มีจุดเด่นด้านการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล คัดกรองผู้ป่วย และการเชื่อมต่อระหว่างร้านยากับผู้บริโภคอย่างแม่นยำ เน้นการสร้างระบบนิเวศการปรึกษาเรื่องยาที่สมบูรณ์แบบ มีระบบบันทึกประวัติการแพ้ยาและการใช้ยาของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ

3. AskMacy by Fascino โดย บริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด : แพลตฟอร์มจากเชนร้านยารายใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ การผันตัวมาลุยตลาดดิจิทัลเต็มตัวในครั้งนี้ ถือเป็นการทำ Omni-channel เพื่อเชื่อมต่อฐานลูกค้าเดิมจากหน้าร้านออฟไลน์เข้าสู่ระบบออนไลน์ ช่วยให้ลูกค้าประจำสามารถปรึกษาเภสัชกรที่คุ้นเคยได้จากที่บ้าน พร้อมรับสิทธิประโยชน์และการดูแลอย่างต่อเนื่อง

4. ALL PharmaSee โดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) : บิ๊กค้าปลีกยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายร้านยา “eXta Plus” ภายใต้ร่มเงาของเซเว่น อีเลฟเว่น การก้าวเข้าสู่สมรภูมินี้ทำให้ ซีพี ออลล์ ได้เปรียบอย่างมหาศาลในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน จุดกระจายสินค้า และการเข้าถึงชุมชนระดับหมู่บ้าน การมีแพลตฟอร์มของตัวเองจะช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการส่งมอบยาและเวชภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

5. ร้านยากรุงเทพ โดย บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด : ผู้นำร้านยาโมเดล 24 ชั่วโมง ที่ย้ายการให้บริการคำปรึกษาโดยเภสัชกรตลอด 24 ชั่วโมงมาไว้บนโลกออนไลน์ ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิตยืดหยุ่น หรือเกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินในยามค่ำคืน ช่วยลดการเดินทางไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลสำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย

6. Shopee โดย บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด : ยักษ์ใหญ่ E-commerce ระดับภูมิภาคที่มีฐานผู้ใช้งานรายวันหลายล้านคน การกระโดดเข้าร่วมสมรภูมินี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อรองรับสินค้ากลุ่มสุขภาพและบริการทางการแพทย์ที่ถูกกฎหมาย โดยเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงมาร์เก็ตเพลสขายสินค้าทั่วไป มาสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงบริการวิชาชีพและร้านยาที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

7. LINE MAN โดย บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด :  แพลตฟอร์มดีลิเวอรียอดนิยมของคนไทย นำโดย นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ที่พร้อมใช้เครือข่ายไรเดอร์และเทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง เชื่อมโยงร้านยาชุมชนในรัศมี 15 กิโลเมตรให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย มีจุดเด่นด้านความคุ้นเคยของผู้ใช้งานและระบบการระบุตำแหน่งที่แม่นยำ

อย. เดินหน้ายกระดับระบบบริการด้านยาของประเทศสู่ยุคดิจิทัล เปิดทางให้ร้านขายยาให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy)

ยุทธศาสตร์ พลิกโฉมสาธารณสุขไทย

การผลักดัน Telepharmacy ของ อย. ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในการซื้อขายยา แต่เป็นยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างระบบสาธารณสุข (Healthcare Restructuring) ที่สำคัญ 3 ประการคือ:

  • ประการแรก การลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการเข้าถึง (Inclusivity & Accessibility): มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่อง และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล แพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาได้รับคำปรึกษาจากเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพโดยตรง โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปโรงพยาบาลหรือร้านยา ลดความแออัดในสถานพยาบาลของรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • ประการที่สอง การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางยา (Patient Safety): เลขาธิการ อย. เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า บริการนี้ไม่ใช่ “การจำหน่ายยาออนไลน์เถื่อน” แต่เป็นกระบวนการที่มีเภสัชกรคอยประเมินความเหมาะสม คัดกรองอาการ และจัดส่งยาผ่านระบบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ช่วยแก้ปัญหาการใช้ยาผิดประเภท การซื้อยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น และลดความเสี่ยงจากการได้รับยาปลอมหรือยาเสื่อมคุณภาพจากช่องทางออนไลน์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ประการที่สาม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและระบบความปลอดภัยสารสนเทศ (Data Privacy & Cyber Security): แพลตฟอร์มที่ผ่านการรับรองทั้ง 7 ราย ต้องผ่านเกณฑ์การตรวจสอบสารสนเทศขั้นสูง มีระบบจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยอย่างแม่นยำและรักษาความลับตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้กับผู้บริโภค ข้อมูลสุขภาพอันเป็นความลับขั้นสุดยอดจะไม่รั่วไหล และถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลเท่านั้น