thansettakij
thansettakij
สาวสายแฟชั่น สวยสง่า แต่เสี่ยงภาวะ 'กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง'

สาวสายแฟชั่น สวยสง่า แต่เสี่ยงภาวะ 'กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง'

01 มิ.ย. 69 | 03:19 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มิ.ย. 69 | 03:22 น.

สาวสายแฟชั่น สวยสง่า แต่มักประสบปัญหานอกจากความเมื่อยล้า ที่ต้องยืนบนรองเท้านานๆ หรือเจอกับ “รองเท้ากัด” ยังมีโอกาสเสี่ยงภาวะ “กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง”

KEY

POINTS

  • ภาวะกระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียงคือความผิดปกติของโครงสร้างเท้าที่โคนนิ้วโป้งนูนออกด้านข้าง ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า
  • แม้สาเหตุหลักจะมาจากกรรมพันธุ์ แต่พฤติกรรมการใส่รองเท้าหัวแคบหรือส้นสูงซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มสายแฟชั่น สามารถกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นได้
  • อาการที่พบได้แก่ ปวดโคนนิ้วโป้งเมื่อใส่รองเท้า หน้าเท้ากว้างขึ้น และอาจเจ็บปวดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • การรักษามีทั้งแบบไม่ผ่าตัดสำหรับอาการเริ่มต้น และการผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็ก (MICA) ที่ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง

ปัญหาของสาวๆ เวลาสวมใส่ “รองเท้าคัทชูหัวแหลม” หรือ “สนีกเกอร์” รุ่นฮิต ผลกระทบที่ตามมาอาจสร้างความเจ็บปวด ไม่ใช่เพียง “รองเท้ากัด” แต่เป็นสัญญาณของภาวะ “กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง” โดยเฉพาะสาวแฟชั่นนิสต้าที่รองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์การแต่งตัวและเพิ่มความมั่นใจ

“กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง” เป็นความผิดปกติของโครงสร้างเท้า โดยบริเวณโคนนิ้วโป้งเท้าจะนูนออกด้านข้าง เกิดจากกระดูกตรงกลางของนิ้วโป้งเอียงเข้าด้านใน ขณะที่กระดูกปลายนิ้วเอียงออกด้านนอกทำให้นิ้วโป้งเบนเข้าหานิ้วข้างเคียงอย่างชัดเจน

ภาวะเสี่ยง “กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง”

สาเหตุหลัก "กรรมพันธ์ุ"

สาเหตุสำคัญที่สุดคือ “กรรมพันธุ์” เพราะโครงสร้างเท้าบางแบบถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าบางรายมีความสัมพันธ์กับภาวะ “เท้าแบน” ทำให้การลงน้ำหนักผิดปกติ และเพิ่มแรงกดบริเวณหน้าเท้า จนส่งผลให้กระดูกนิ้วโป้งเอียง

ภาวะนี้มักเริ่มเกิดตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น แต่ในช่วงแรกอาการอาจยังไม่ชัดเจน โดยพบได้ค่อนข้างบ่อยในประชากรทั่วไปราว 10-20% และที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเลือกรองเท้า โดยเฉพาะแบบหัวแคบและส้นสูงที่บีบหน้าเท้า ทำให้นิ้วเท้าถูกกดเข้าหากัน เมื่อใส่เป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้อาการเด่นชัดขึ้น

กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียงไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ นิ้วโป้งเอียงผิดรูป หน้าเท้ากว้างขึ้น เจ็บโคนนิ้วโป้งเวลาใส่รองเท้า ใส่รองเท้าส้นสูงแล้วเจ็บจี๊ดตรงข้างเท้า อักเสบรุนแรง อาจเจ็บแม้เดินเท้าเปล่า

การรักษาภาวะ “กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง”

1. แบบไม่ผ่าตัด : เหมาะสำหรับผู้ที่อาการยังไม่มาก หรือเพิ่งเริ่มมีอาการปวด โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาอาการ ลดแรงกด และชะลอการลุกลาม

2. แบบผ่าตัด : หากอาการรุนแรง ปวดมาก ใช้ชีวิตลำบาก หรือเท้าผิดรูปชัดเจนจนรักษาแบบทั่วไปไม่ได้ผล แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัด เพื่อปรับแนวกระดูกให้กลับมาใกล้เคียงปกติ ลดอาการปวด และช่วยให้ใช้งานเท้าได้ดีขึ้น

ภาวะเสี่ยง “กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง”

ปัจจุบันการผ่าตัดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เพราะ โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า MICA (Minimal Invasive Chevron and Akin) ทำให้แผลผ่าตัดเล็กลงมีขนาดเพียง 2-3 มิลลิเมตร ช่วยลดความเจ็บปวดและย่นระยะพักฟื้น ลงอย่างมาก

จุดเด่นที่โดนใจคือ ผู้ป่วยสามารถเดินลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้ทันทีหลังผ่าตัดโดยไม่ต้องใส่เฝือกหรือใช้ไม้ค้ำนาน ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวและทิ้งรอยแผลเป็นเพียงเล็กน้อย ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีอาการปวดนิ้วเท้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางที่ต้องการฟื้นตัวเร็ว โดยหลังผ่าตัดเพียง 6 สัปดาห์ก็เริ่มเปลี่ยนมาใส่รองเท้าผ้าใบได้