thansettakij
thansettakij
‘ความดันโลหิตสูง’ อันตรายต่อหลอดเลือด ไร้สัญญาณเตือน

‘ความดันโลหิตสูง’ อันตรายต่อหลอดเลือด ไร้สัญญาณเตือน

“ความดันโลหิตสูง” ภาวะที่พบได้บ่อยและในระยะแรกมักไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน แต่ส่งผลต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญในร่างกายได้ในระยะยาว

KEY

POINTS

  • ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะเงียบที่มักไม่แสดงอาการเตือนในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยง
  • แม้ไม่มีอาการ แต่ความดันโลหิตที่สูงอย่างต่อเนื่องจะสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญในระยะยาว
  • ภาวะนี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเรื้อรัง
  • การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจจับความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ผู้คนจำนวนมากไม่รู้ว่าตนเองมีความเสี่ยง “ความดันโลหิตสูง” ภาวะที่พบได้บ่อยและในระยะแรกมักไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน จึงอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้บางรายอาจมีอาการ เช่น ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกคน และไม่ใช่อาการจำเพาะของโรค จึงไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน

ความดันโลหิตสูง คือภาวะที่แรงดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยค่าความดันโลหิตจะประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่

  • ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจบีบตัวส่งเลือดไปยังร่างกาย
  • ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจคลายตัวระหว่างการเต้นแต่ละครั้ง

โดยทั่วไป หากค่าความดันโลหิตอยู่ที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท หรือสูงกว่านี้อย่างต่อเนื่อง จะเข้าข่ายโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงมีอาการหรือไม่

ในระยะแรก ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ แต่ในบางรายอาจพบอาการ เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย แต่อาการดังกล่าวไม่จำเพาะ และอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นหลัก

‘ความดันโลหิตสูง’ อันตราย ไร้สัญญาณเตือน

แม้ผู้ป่วยจะรู้สึกปกติ แต่ความดันโลหิตที่สูงอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญในร่างกายได้ในระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่สามารถสังเกตได้จากอาการภายนอก

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคไตเรื้อรัง จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ "ความดันโลหิตสูง" 

ปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูงสามารถแบ่งได้เป็น ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ พันธุกรรม และอายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้ อาทิ การรับประทานอาหารเค็มหรือไขมันสูง การไม่ออกกำลังกาย ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นต้น

การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ในช่วงที่ยังไม่มีอาการ การติดตามค่าความดันอย่างต่อเนื่องช่วยให้เห็นแนวโน้มของระดับความดันโลหิต ประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เหมาะสม และวางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

สำหรับแนวทางการดูแลและป้องกันความดันโลหิตสูงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดเค็ม ลดอาหารแปรรูป เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ความดันโลหิตสูงอาจเป็นภาวะที่ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจนในระยะแรก การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน และนำไปสู่การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว