
เปิด 5 เทรนด์อาหารเสริมไทยยุคใหม่ สู่ตลาด 2 แสนล้าน แข่งนวัตกรรมเฉพาะบุคคล
ถอดรหัสตลาดอาหารเสริมไทยรับยุคบิ๊กแบรนด์ขยับตัว ส่อง 5 เทรนด์เปลี่ยนเกมดึง AI วิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก ดันมูลค่าแตะ 2 แสนล้าน
KEY
POINTS
- ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยมีแนวโน้มเติบโตแตะมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทภายในปี 2576 โดยได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- ทิศทางตลาดถูกกำหนดโดย 5 เทรนด์หลัก ได้แก่ Longevity (สังคมสูงวัย), Personalized Nutrition (โภชนาการเฉพาะบุคคล), Mental Wellness (สุขภาพจิต), Plant-Based (ผลิตภัณฑ์จากพืช) และ Gut Health (สุขภาพลำไส้)
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณและราคา ไปสู่การใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่แข่งขันด้านปริมาณและการทำตลาดเชิงแมส สู่การเติบโตเชิงคุณภาพ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคลมากขึ้น ท่ามกลางผู้บริโภคที่มีความรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Thailand Dietary Supplements Market ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวแตะกว่า 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ย 9.6% ต่อปี โดยมีแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
ปัจจุบัน กลุ่มวิตามินรูปแบบเม็ดยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 32.3% ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่ยังเป็นฐานผู้บริโภคหลัก คิดเป็นสัดส่วน 62.8% ของตลาดรวม
สุขภาพยังโต แม้เศรษฐกิจผันผวน
แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความผันผวนและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมอง “สุขภาพ” เป็นความจำเป็นพื้นฐาน มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลให้การใช้จ่ายในกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดจึงเปลี่ยนจาก “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “การดูแลเชิงรุก” ที่เน้นการป้องกันล่วงหน้าและการดูแลสุขภาพระยะยาวมากขึ้น
เปิด 5 เทรนด์ กำหนดทิศทางตลาดอาหารเสริมไทย
1. Longevity โตตามสังคมสูงวัย การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพระยะยาวและคุณภาพชีวิตได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. Personalized Nutrition ขับเคลื่อนด้วย AI แนวคิดโภชนาการเฉพาะบุคคลเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยใช้ AI และข้อมูลสุขภาพในการวิเคราะห์ความต้องการของแต่ละคน แทนแนวคิด “สูตรเดียวใช้ได้กับทุกคน”
3. Mental Wellness ตลาดใหม่มาแรง ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และปัญหาสุขภาพจิต ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสมอง การนอน และการผ่อนคลาย กลายเป็นอีกเซกเมนต์ที่เติบโตเร็ว
4. Plant-Based และ Clean Label ได้รับความนิยม ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากธรรมชาติ และความโปร่งใสของแหล่งที่มามากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จากพืชและกลุ่ม Clean Label ขยายตัวต่อเนื่อง
5. Gut Health ก้าวสู่ยุค Postbiotics แนวคิดเรื่องสุขภาพลำไส้ยังคงเป็นแกนสำคัญของตลาดสุขภาพ ขณะที่ Postbiotics หรือสารที่เกิดจากกระบวนการของจุลินทรีย์ เริ่มถูกนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น
แบรนด์ใหญ่เร่งปรับตัว รับตลาดสุขภาพยุคใหม่
ผู้ประกอบการในตลาดเริ่มปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับเทรนด์สุขภาพเชิงลึกมากขึ้น โดย “BRAND'S” ยังคงรักษาการรับรู้ในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผ่านการพัฒนาสินค้าในกลุ่มดูแลสมองและสุขภาพระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับกระแส Mental Wellness และ Longevity ที่กำลังเติบโต
ด้าน “ดอยคำ” ขยายการพัฒนาสินค้าในกลุ่มวัตถุดิบธรรมชาติและเครื่องดื่มสมุนไพร เพื่อตอบโจทย์กระแส Plant-Based และ Clean Label ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น
ขณะที่ APCO เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการไทยที่ขยับเข้าสู่ตลาดสุขภาพเชิงลึก ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Longevity และนวัตกรรมด้านสุขภาพระดับเซลล์ สะท้อนทิศทางตลาดที่เริ่มแข่งขันด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยีมากขึ้น
ตลาดอาหารเสริม เปลี่ยนจาก “สินค้า” สู่ “เครื่องมือดูแลสุขภาพ”
ภาพรวมตลาดสะท้อนว่า อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาและการตลาด ไปสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และการตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะบุคคลมากขึ้น
ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ความต้องการด้านสุขภาพยังคงเติบโตต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมนี้ยังถูกมองเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาวของไทย







