
กรมควบคุมโรคสหรัฐฯ CDC ยกระดับ 'ไวรัสฮันตา' เป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3 แล้ว
กรมควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ยกระดับ 'ไวรัสฮันตา' เป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3 หลังพบการระบาดบนเรือสำราญ เฝ้าระวังผู้ป่วยในหลายรัฐ องค์การอนามัยโลก WHO เผย อาจมีผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 8 ราย หลังพบผู้โดยสารหลายคนมีอาการต้องสงสัยระหว่างเดินทางไปยังหมู่เกาะคะเนรี
KEY
POINTS
- กรมควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ยกระดับ 'ไวรัสฮันตา' เป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3 หลังพบการระบาดบนเรือสำราญ
- พบคนอเมริกันหลายคนเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ แล้ว โดยเฉพาะในรัฐ Georgia, Texas, California และ Virginia เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเฝ้าระวังอาการของผู้สัมผัสใกล้ชิด
- CDC ย้ำว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ และการยกระดับ “Level 3 Emergency Response” เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของระบบรับมือฉุกเฉิน
วันนี้(วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569) ตามเวลาไทย สำนักข่าว CBSNEWS รายงานว่ากรมควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ประกาศยกระดับฉุกเฉินระดับ 3 ต่อเหตุการระบาดของ “ไวรัสฮันตา” บนเรือสำราญ MV Hondius หลังเริ่มพบผู้โดยสารมีอาการป่วยตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายน 2569 ระหว่างล่องเรือในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
โดยผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นหญิงชาวเนเธอร์แลนด์วัย 77 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน ตามด้วยสามีวัย 80 ปีในวันที่ 20 เมษายน และชายชาวเยอรมันวัย 70 ปีเสียชีวิตวันที่ 23 เมษายน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของฮันตาไวรัสสายพันธุ์ Andes
แม้เหตุการณ์จะเกิดนอกสหรัฐฯ แต่ CDC เข้าติดตามสถานการณ์ทันที เนื่องจากมีผู้โดยสารชาวอเมริกันหลายคนเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ แล้ว โดยเฉพาะในรัฐ Georgia, Texas, California และ Virginia เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเฝ้าระวังอาการของผู้สัมผัสใกล้ชิด
ขณะที่ CDC ย้ำว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ และการยกระดับ “Level 3 Emergency Response” เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของระบบรับมือฉุกเฉิน ไม่ใช่การประกาศภาวะโรคระบาดใหญ่แต่อย่างใด
ทั้งนี้ไวรัส ฮันตา ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าระยะฟักตัวของไวรัสฮันตา คือ 1-6 สัปดาห์ ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ป่วยรายแรกบนเรือสำราญฮุนดิอุสจะติดเชื้อระหว่างการเดินทาง ประเทศต่างๆ กำลังเร่งติดตามผู้โดยสารและผู้ที่อาจสัมผัสกับผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ขณะที่สื่อเนเธอร์แลนด์รายงาน ก่อนหน้านี้ว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบิน KLM จากเมืองฮาร์เลม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถูกนำตัวเข้ารับการรักษา และแยกกักตัวที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม หลังคาดว่าอาจติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” โดยกระทรวงสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่า แอร์โฮสเตสรายดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ ขณะนี้มีอาการเพียงเล็กน้อย
รายงานระบุว่า แอร์โฮสเตสคนดังกล่าวเคยสัมผัสใกล้ชิดกับหญิงชาวดัตช์วัย 69 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากไวรัสฮันตาในนครโจฮันเนสเบิร์ก Johannesburg เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา
โดยก่อนเสียชีวิตหนึ่งวัน หญิงรายนี้ได้เดินทางมายังสนามบินเพื่อขึ้นเที่ยวบินของ KLM จากโจฮันเนสเบิร์กไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม แต่ลูกเรือตัดสินใจไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง เนื่องจากมีอาการป่วยชัดเจน
ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนผู้โดยสารทุกคนบนเที่ยวบินดังกล่าว พร้อมติดตามอาการของผู้โดยสารและลูกเรือที่เกี่ยวข้องแบบรายวัน รวมถึงให้วัดอุณหภูมิร่างกายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไวรัสฮันตามีระยะฟักตัวได้นานสูงสุดถึง 60 วัน
ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ขณะนี้อาจมีผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับเรือสำราญ MV Hondius รวมอย่างน้อย 8 ราย หลังพบผู้โดยสารหลายคนมีอาการต้องสงสัยระหว่างเดินทางไปยังหมู่เกาะคะเนรี Canary Islands





