thansettakij
thansettakij
มหิดลเปิดมิติ GI ยกระดับอาหารสุขภาพ เพิ่มมูลค่าเกษตรไทย

มหิดลเปิดมิติ GI ยกระดับอาหารสุขภาพ เพิ่มมูลค่าเกษตรไทย

ม.มหิดล หนุนสินค้าเกษตร GI ผ่านแนวคิด "Low GI Foods for Better GI Products" ยกระดับสินค้าสุขภาพ พืชเศรษฐกิจไทย สู่ตลาดพรีเมียม

KEY

POINTS

  • มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันโภชนาการ เสนอแนวคิดยกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยการเพิ่มคุณค่าทางสุขภาพให้เป็นอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI)
  • มีการนำนวัตกรรมมาใช้แปรรูปวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น พัฒนา "แป้งลำต้นสับปะรด" เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อสุขภาพ
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลก และตอบสนองต่อกระแสเศรษฐกิจสุขภาพ (Health & Wellness Economy)

“GI” หรือสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) กำลังถูกยกระดับจากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและอัตลักษณ์ชุมชน ไปสู่การเป็น “จุดขายใหม่” ของอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพของไทย ท่ามกลางกระแสผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) และโภชนาการเชิงป้องกันโรคมากขึ้น

จากสินค้า GI สู่ “คุณค่าทางสุขภาพ”

ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 258 รายการ ครอบคลุมสินค้าจากทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ กาแฟ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งล้วนสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่าง “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” กับ “ทรัพยากรทางธรรมชาติ” อย่างชัดเจน

มหิดล หนุนสินค้าเกษตร GI

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของสินค้า GI ไทยในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่เพียงการรักษาคุณภาพหรืออัตลักษณ์สินค้า แต่คือการเพิ่ม “คุณค่าทางสุขภาพ” เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดอาหารโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Health & Wellness Economy ได้อย่างยั่งยืน

บทบาทของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันโภชนาการ จึงมีนัยสำคัญต่อการยกระดับสินค้าเกษตรไทย ผ่านแนวคิด “Low GI Foods for Better GI Products” ที่เชื่อมโยงระหว่าง “อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ” กับ “สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” เข้าด้วยกัน

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการมองอุตสาหกรรมอาหารไทยในมิติใหม่ จากเดิมที่เน้นเรื่องรสชาติหรือเอกลักษณ์ท้องถิ่น ไปสู่การใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตทั่วโลก

มหิดล หนุนสินค้าเกษตร GI

เดินหน้าพัฒนา "อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ"

หัวใจสำคัญของงานวิจัย คือการพัฒนา “อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ” หรือ Low Glycemic Index Foods ซึ่งช่วยควบคุมการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยใช้วัตถุดิบทางการเกษตรไทยเป็นฐานในการพัฒนา

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือการนำ “ลำต้นสับปะรด” ซึ่งเดิมเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มาพัฒนาเป็น “แป้งลำต้นสับปะรด” ที่มีคุณสมบัติย่อยช้า และสามารถใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง หรือคุกกี้ ซึ่งช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาลของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

มหิดล หนุนสินค้าเกษตร GI

เปลี่ยน “ของเหลือทิ้ง” เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง

ความสำคัญของงานวิจัยนี้ไม่ได้อยู่เพียงด้านสุขภาพ แต่ยังสะท้อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรไทย ผ่านการใช้เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรมชีวภาพเข้ามาต่อยอด

ในเชิงเศรษฐกิจ การเปลี่ยน “ของเหลือทิ้ง” ให้กลายเป็นวัตถุดิบฟังก์ชันมูลค่าสูง จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ลดการสูญเสียในห่วงโซ่อุปทาน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพของไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกระแสสังคมสูงวัยและความตื่นตัวด้านสุขภาพทั่วโลก

ขณะเดียวกัน การพัฒนาอาหาร Low GI ยังช่วยเปิดโอกาสให้สินค้า GI ไทยก้าวสู่ตลาดพรีเมียมมากขึ้น เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียง “ของดีจากท้องถิ่น” แต่ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพและมีงานวิจัยรองรับอย่างชัดเจน

อีกประเด็นสำคัญ คือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การดัดแปรแป้งด้วยกระบวนการทางกายภาพ การใช้คลื่นอัลตราโซนิก หรือเทคโนโลยี cold plasma ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Deep Food Tech ที่ใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างจริงจัง

ในระยะยาว หากประเทศไทยสามารถเชื่อมโยง “สินค้า GI” เข้ากับ “อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ” ได้อย่างเป็นระบบ จะไม่เพียงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในฐานะผู้ผลิตอาหารคุณภาพสูงที่มีทั้งอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และคุณค่าด้านสุขภาพอยู่ในสินค้าเดียวกัน