
วิกฤตสุขภาพคนรุ่นใหม่ โรคหัวใจพุ่ง เหตุไลฟ์สไตล์-ความเครียดสะสม
วิกฤตสุขภาพคนรุ่นใหม่ โรคหัวใจพุ่ง เหตุไลฟ์สไตล์-ความเครียดสะสม โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพเร่งเดินหน้ายกระดับการรักษา ปั้นศูนย์หัวใจเอเชียแปซิฟิก
KEY
POINTS
- โรคหัวใจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่พบในกลุ่มคนวัยทำงานและคนอายุน้อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เช่น ความเครียดสะสม การพักผ่อนน้อย และพฤติกรรมการบริโภค
- กลุ่มโรค CKM (Cardiovascular-Kidney-Metabolic) Syndrome ที่เชื่อมโยงการทำงานของหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญ เป็นอีกสาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยง
นพ.เกรียงไกร เฮงรัศมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการดูแลโรคหัวใจ สู่การเป็น CVT Hospital of Asia Pacific ภายใต้แนวคิด BEYOND HEART CARE – ยกระดับการดูแลโรคหัวใจ
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรคหัวใจไม่ใช่โรคของผู้สูงวัย แต่พบในกลุ่มวัยทำงานและคนอายุน้อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ความเครียด การนอนน้อย พฤติกรรมการกิน รวมถึงกลุ่มโรค Cardiovascular-Kidney-Metabolic (CKM) Syndrome ที่เชื่อมโยงหัวใจ ไต และเมตาบอลิกเข้าด้วยกัน
การรักษาโรคหัวใจต้องดูแลทั้งระบบหัวใจ หลอดเลือด และทรวงอก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด ปัจจุบันโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยทั้งคนไทยและต่างชาติมากกว่า 800,000 รายกว่า 20 ปีที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 45 – 50% จากประเทศหลัก เช่น เมียนมา กาตาร์ UAE สหรัฐอเมริกา และบังกลาเทศ
สำหรับการยกระดับดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย
- Beyond Cardiac Surgical Precision ยกระดับการผ่าตัดหัวใจสู่ยุคหัวใจแผลเล็ก ฟื้นตัวไว พัฒนาเทคนิคการผ่าตัดหัวใจสู่ Minimally Invasive Cardiac Surgery (MICS) การผ่าตัดแผลเล็กโดยไม่ต้องเปิดกระดูกหน้าอก ลดความเจ็บปวด ลดการเสียเลือด ลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วและกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น ครอบคลุมการรักษาหลากหลาย สะท้อนการพัฒนาจากการรักษาแบบผ่าตัดใหญ่ ไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง ควบคู่การลดผลกระทบต่อร่างกายของผู้ป่วย เช่น Minimally Invasive Cardiac Surgery Coronary Artery Bypass Grafting (MICS CABG) การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก ไม่ต้องเปิดกระดูกหน้าอก ลดการเสียเลือด เจ็บน้อย กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น เป็นต้น
- Beyond Advanced Intervention ทางเลือกใหม่รักษาหัวใจผ่านสายสวน ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบขั้นรุนแรงหรือซับซ้อน โดยใช้โปรแกรม Complex High-risk Indicated PCI (CHIP PCI) รวมเทคโนโลยีทันสมัยช่วยตรวจและขยายหลอดเลือดที่ตีบแข็งได้มากขึ้นผ่านสายสวนหัวใจ (ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก) เหมาะสำหรับผู้ป่วยเสี่ยงสูงหรือหลอดเลือดอุดตันรุนแรง รวมถึงการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ด้วยเทคโนโลยีจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA (Pulsed Field Ablation) ใช้คลื่นไฟฟ้าความถี่สูงผ่านสายสวนเข้าไปทำลายเซลล์ที่เป็นตัวการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
- Beyond Cardiogenic Shock Program ยกระดับการดูแลภาวะหัวใจวิกฤต ด้วยเทคโนโลยีช่วยชีวิตระดับสูง ซึ่งภาวะ Cardiogenic Shock เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง การรักษาต้องอาศัยทั้งความเร็วแบบ Real-time และความชำนาญเฉพาะทางของทีมแพทย์โดยทีมดูแลภาวะหัวใจวิกฤต พร้อมเทคโนโลยีช่วยชีวิตขั้นสูง
- Beyond Aortic Aneurysm Care ความชำนาญเฉพาะทางด้านหลอดเลือดแดงใหญ่ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm) เป็นภาวะที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตแบบเฉียบพลันหากไม่ได้รับการรักษา เราให้การดูแลด้วยเทคนิค Endovascular Repair (EVAR / TEVAR) ซึ่งเป็นการรักษาผ่านสายสวนแบบแผลเล็ก ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคร่วมซับซ้อนหรือผู้สูงอายุ
- Beyond Intelligent Diagnostics จากการรักษาสู่การป้องกันก่อนเกิดโรคหัวใจ หนึ่งในแกนสำคัญของ CVT Hospital คือ เปลี่ยนจากการดูแลแบบตั้งรับเป็นการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Care) ผ่านระบบ Advanced Cardiac Diagnostics ที่ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น EKG / Echocardiogram, Stress Test, CT Coronary Calcium Score, Genetic Risk Assessment เพื่อให้ผู้ป่วย รู้ทันความเสี่ยง และสามารถป้องกันโรคก่อนเกิดอาการ
“5 องค์ประกอบหลักดังกล่าว คือการออกแบบระบบการดูแลหัวใจแบบครบทุกมิติตั้งแต่การป้องกัน (Preventive) การวินิจฉัย (Diagnosis) การรักษา (Intervention) การผ่าตัด (Surgery) ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต (Critical Care)”







