
แพทย์เตือน ทำงานกลางแจ้งเสี่ยงโรคลมแดด อันตรายถึงชีวิต
อากาศร้อนจัด กรมการแพทย์เตือนคนทำงานกลางแจ้ง ระวังโรคลมแดด ตะคริวจากความร้อน ผดผื่นคัน ภาวะขาดน้ำ พร้อมวิธีป้องกัน
KEY
POINTS
- ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น งานก่อสร้าง เกษตรกร และพนักงานขนส่ง มีความเสี่ยงสูงต่อโรคลมแดด (Heat stroke) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- สัญญาณเตือนของโรค ได้แก่ กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เป็นตะคริว หากมีอาการสับสนหรือหมดสติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินต้องรีบนำส่งแพทย์ทันที
- นายจ้างควรจัดหาน้ำดื่มเย็นให้เพียงพอ จัดจุดพักในที่ร่ม และปรับเวลาทำงานเพื่อเลี่ยงช่วงอากาศร้อนจัด ส่วนคนงานควรดื่มน้ำบ่อยๆ และสังเกตอาการผิดปกติของตนเองและเพื่อนร่วมงาน
- การป้องกันเบื้องต้นคือสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนที่ระบายอากาศได้ดี และหากมีอาการผิดปกติให้รีบหยุดพักในที่เย็นและจิบน้ำหรือเกลือแร่
นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า คนทำงานกลางแจ้ง เช่นงานก่อสร้าง เกษตร ขนส่ง เดลิเวอรี่ รปภ. งานถนน จะเสี่ยงโรคจากความร้อนเพราะร่างกายสร้างความร้อนจากกล้ามเนื้อในการทำงาน และยังมีความร้อนจากแสงแดด และความชื้น ทำให้ความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้นมาก และระบายความร้อนไม่ทัน อาการของโรคอาจจะดำเนินไปเป็น Heat stroke ได้เร็ว
ซึ่งจะต้องจับตาอาการทางสมอง เช่น อาการสับสน หมดสติ สัญญาณเตือนเริ่มต้นได้แก่ กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย/เข้ม เหนื่อยผิดปกติ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น ตะคริว/เกร็งกล้ามเนื้อ (โดยเฉพาะน่อง ต้นขา แขน หน้าท้อง) เมื่อมีอาการสับสน พูดไม่ชัด เดินเซ คุมสติไม่ได้ ชัก หมดสติ ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินต้องรีบส่งแพทย์รักษาทันที
หัวหน้างานหรือคนงานเองควรทำการเฝ้าระวังคือก่อนเริ่มงานตรวจสอบ ว่ามีนอนน้อยเมาค้าง ท้องเสีย ไข้ หรือเพิ่งกลับมาทำงานหลังหยุดยา หรือ/เพิ่งเริ่มงานใหม่หรือไม่ เพราะจะปรับตัวกับความร้อนได้ไม่ดี ต้องค้นหาคนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ คนอ้วน เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน กินยาขับปัสสาวะ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นผู้ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และอาจจะใช้ระบบคู่หู ในการทำงาน ให้เพื่อนร่วมงาน “สังเกตกัน”
โดยเฉพาะอาการมึนงง สับสน ควรตรวจสอบและใช้ดัชนีความร้อน การเตือนอากาศร้อน หรือเครื่องวัดในพื้นที่งาน (ถ้ามี) และยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น ตามสภาพร้อนชื้น/แดดแรง/ลมไม่มี ควรมีน้ำดื่มเป็นระยะแม้ไม่หิวน้ำ และตรวจสอบสีปัสสาวะ โดยถ้าปัสสาวะเข้มมาก และปัสสาวะน้อย ให้เพิ่มน้ำ พักในที่เย็น และประเมินอาการร่วม ต้องจัดสถานที่ทำงานให้มีน้ำดื่มเย็นให้เข้าถึงง่าย จุดพักร่ม/เย็น มีการพักเป็นรอบ อนุญาตให้พักหรือดื่มได้เมื่อเริ่มไม่สบายจากความร้อน และปรับระยะพักและระยะทำงานให้ร่างกายระบายความร้อนได้
ด้านนายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม ถ้างานหนัก/เหงื่อมากหลายชั่วโมง ควรมี เครื่องดื่มเกลือแร่/อิเล็กโทรไลต์ ควบคู่ การปรับเวลางานตามความร้อน ถ้าเป็นคนงานใหม่ ให้ทำงานวันแรกไม่เกิน 20% ของเวลาทำงานในที่ร้อน และเพิ่มไม่เกิน 20% ต่อวัน ถ้าคนงานที่เคยทำมาก่อน กลับมาหลังหยุด ให้ค่อยๆเพิ่ม จาก 50% ทีละ 10% จนทำเต็มที่ใน 4 วัน ปรับงานตามเวลา
โดยงานหนักย้ายไปช่วงเช้า/เย็น ใช้การหมุนเวียนงาน (job rotation) ลดช่วงออกแรงต่อเนื่องหรือ เพิ่มรอบพักเมื่อ อากาศร้อนชื้นขึ้น แดดแรง ลมไม่มี หรือใส่ PPE ควรใส่เสื้อผ้าระบายอากาศสีอ่อน หลวม มีหมวกกันแดด หัวหน้างานอาจให้แนวทางสั้นๆ เช่น ถ้ามีอาการเล็กน้อย ถึง ปานกลาง เช่น หิวน้ำมาก เหงื่อออกจนชุ่มตัว เป็นตะคริว เวียนหัวคลื่นไส้ อ่อนเพลีย ต้องหยุดทำงานทันที ย้ายเข้าร่ม ที่เย็น คลายเสื้อผ้า ทำให้เย็นโดยใช้ผ้าเปียก ราดน้ำ ร่วมกับ พัดลม จิบน้ำ หรือ เกลือแร่ถ้ารู้สึกตัวดี กลืนได้ ไม่อาเจียน ห้ามปล่อยให้อยู่คนเดียว






