
กระทรวงสาธารณสุข MOU ม.อัสสัมชัญ ผลิตแพทย์อินเตอร์ฯ รุ่นแรก
สาธารณสุข-ม.อัสสัมชัญ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือผลิตแพทย์หลักสูตรนานาชาติ เปิดรับสมัครรุ่นแรก ปีการศึกษา 2569 พร้อมปักหมุด รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุขลงนามความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อร่วมกันผลิตแพทย์ในหลักสูตรนานาชาติ
- นักศึกษาแพทย์จะเรียนชั้นปรีคลินิก (ปี 1-3) ที่ ม.อัสสัมชัญ และเรียนชั้นคลินิก (ปี 4-6) ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี
- หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ) นี้ คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 32 คน ในปีการศึกษา 2569
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการร่วมผลิตแพทย์ระหว่าง โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี กับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 นพ.พิเชษฐ พัวพันกิจเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี นพ.ชิษณุพงศ์ ตั้งอดุลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริม สนับสนุนการผลิต พัฒนาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ คณะผู้บริหารมูลนิธิพงษ์ศักดิ์วิทยากร และคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมเป็นสักขีพยาน
“บุคลากรทางการแพทย์ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพ การลงนามในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของไทย โดยการประสานพลังระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนทางด้านแพทยศาสตร์ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ
เน้นทักษะจริงและทันต่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพออกไปรับใช้ประชาชนในทุกภูมิภาค ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการศึกษาทางการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
ด้านภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีนโยบายจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ และเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ในปีการศึกษา 2569 โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล TMC.WFME.BME Standard 2021 ตามที่แพทยสภากำหนด
เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญทางการแพทย์ในระดับสากล โดยการลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมการผลิตบัณฑิตแพทย์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ขณะที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ มหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนในระดับปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1–3) ที่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ส่วนโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี จะรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนและฝึกประสบการณ์ระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4–6) คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 32 คน
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก พร้อมครุภัณฑ์ ให้กับโรงพยาบาลพระจอมเกล้าและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร/จัดการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 700,000 บาท ต่อนักศึกษาแพทย์หนึ่งรายต่อปี รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์ อาทิ การไปประชุมวิชาการด้านแพทยศาสตร์ศึกษาในระดับนานาชาติ ค่าตอบแทนอาจารย์แพทย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เป็นต้น






