thansettakij
thansettakij
เจาะอินไซต์ผู้บริโภค 4 เจน “Active Lifestyle” ดันสินค้า Sport-Wellness ขยายตัว

เจาะอินไซต์ผู้บริโภค 4 เจน “Active Lifestyle” ดันสินค้า Sport-Wellness ขยายตัว

06 มี.ค. 2569 | 09:20 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มี.ค. 2569 | 09:22 น.

The 1 Insight ชี้เทรนด์ผู้บริโภคปี 2569 คนไทยหันใช้ชีวิตแบบ Active ลงทุนสุขภาพมากขึ้น หนุนธุรกิจกีฬา-ฟิตเนส-เวลเนส พร้อมเปิดอินไซต์พฤติกรรม 4 เจนเนอเรชัน

KEY

POINTS

  • เทรนด์ Active Lifestyle หรือการใช้ชีวิตที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย กำลังกลายเป็นพฤติกรรมสำคัญของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดสินค้ากีฬาและสุขภาพขยายตัว
  • ผู้บริโภค 4 เจนเนอเรชันมีแรงจูงใจต่อ Active Lifestyle ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การสร้างตัวตนตามกระแส (Gen Z) การพัฒนาสมรรถภาพ (Gen Y) ไปจนถึงการดูแลสุขภาพระยะยาว (Gen X และ Baby Boomers)
  • Gen Z และ Gen Y เป็นกำลังซื้อสำคัญ โดย Gen Z ขับเคลื่อนตลาดสินค้าตามเทรนด์ เช่น เสื้อผ้าวิ่งและเทนนิส ขณะที่ Gen Y ลงทุนกับฟิตเนสและอุปกรณ์ติดตามข้อมูลเพื่อสร้างสังคมและพัฒนาศักยภาพ
  • Gen X และ Baby Boomers มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดย Gen X ใช้จ่ายกับรองเท้าวิ่งคุณภาพสูงและศูนย์สุขภาพ ส่วน Baby Boomers นิยมอุปกรณ์ฟื้นฟูและสมาร์ทวอทช์เพื่อติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด

พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในชีวิตประจำวัน ล่าสุดผลสำรวจ The 1 Insight ระบุว่า แนวโน้ม Active Lifestyle หรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อสุขภาพ กำลังกลายเป็นหนึ่งในพฤติกรรมผู้บริโภคสำคัญของโลกในปี 2569 สะท้อนผ่านการเติบโตของสินค้าและบริการในหมวดกีฬา สุขภาพ และการดูแลร่างกายในระยะยาว

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัยพบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่จนถึงวัยเกษียณต่างมีมุมมองต่อ Active Lifestyle แตกต่างกัน โดย Gen Z ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนและการตามกระแส (Identity & Trend) Gen Y มองการออกกำลังกายเป็นเครื่องมือพัฒนาสมรรถภาพและสร้างสังคม (Performance & Community)

ขณะที่ Gen X เน้นการดูแลสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตและความคล่องตัวในระยะยาว (Quality of Life & Mobility) ส่วน Baby Boomers ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวและความมั่นคงทางร่างกาย (Longevity & Stability)

 

สำหรับผู้บริโภคไทย Active Lifestyle มีพัฒนาการชัดเจน จากเดิมที่การออกกำลังกายมักถูกมองในมิติของความสวยงาม ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสมรรถภาพและสุขภาพระยะยาวมากขึ้น ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณด้านการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางตลาดสินค้ากีฬาทั่วโลกที่เติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อปี ขณะเดียวกันกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาพ หรือ Sport & Wellness Events ก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Group Exercise, Run Club รวมถึงการแข่งขันเชิง Performance ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี

เจาะอินไซต์ผู้บริโภค 4 เจน “Active Lifestyle” ดันสินค้า Sport-Wellness ขยายตัว

ความนิยมดังกล่าวสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างชัดเจน โดยในหมวด Performance Footwear พบว่ายอดขายก่อนการแข่งขัน HYROX Bangkok 2568 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่จัดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม สูงกว่าช่วงหลังการแข่งขันถึง 1.5 เท่า แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีการเตรียมอุปกรณ์กีฬาอย่างจริงจังก่อนเข้าร่วมกิจกรรม

เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก The 1 พบว่า Gen Z ยังคงมอง Active Lifestyle เป็นพื้นที่ในการแสดงตัวตนและอยู่ในกระแสสังคม การออกกำลังกายจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องสุขภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่สามารถสื่อสารและแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียได้

ในมิติของสินค้า Gen Z ตอบรับสินค้าที่เชื่อมโยงกับกระแสอย่างชัดเจน เช่น สินค้ากีฬาเทนนิสที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา มียอดขายในกลุ่ม Gen Z เติบโตสูงถึง 5 เท่า ขณะเดียวกันเทรนด์โภชนาการอย่าง Plant-Based Protein ก็เติบโตกว่า 1.5 เท่า สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทดลองแนวทางการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย

นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด Running Apparel ซึ่งมียอดเติบโตกว่า 2 เท่า แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจาก Athleisure ที่เน้นแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไปสู่เสื้อผ้ากีฬาที่มีฟังก์ชันและสมรรถนะมากขึ้น สอดคล้องกับกระแส Run Club ที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมเมือง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมรวมกลุ่มวิ่งและแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

เจาะอินไซต์ผู้บริโภค 4 เจน “Active Lifestyle” ดันสินค้า Sport-Wellness ขยายตัว

ขณะที่ Gen Y ถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของ Active Lifestyle ในประเทศไทย โดยเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนการออกกำลังกายจาก “ทางเลือก” ไปสู่ “ระบบชีวิต” อย่างจริงจัง Gen Y มองการออกกำลังกายเป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย และเป็นพื้นที่สร้างสังคมของคนที่มีเป้าหมายและไลฟ์สไตล์คล้ายกัน

ข้อมูลจาก The 1 Insight พบว่า การใช้จ่ายด้านสมาชิกฟิตเนสเติบโตกว่า 2 เท่า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่ม Gen Y ที่มองฟิตเนสเป็นมากกว่าสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็น Community สำหรับการสร้างไลฟ์สไตล์ร่วมกัน ปัจจุบันฟิตเนสในกรุงเทพฯ มีช่วงราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000–20,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดแมสจนถึงระดับพรีเมียม สะท้อนถึงความพร้อมของผู้บริโภคในการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว

ในด้านเทคโนโลยี Gen Y ยังเป็นกลุ่มผู้ใช้จ่ายหลักของอุปกรณ์ Data Tracking ที่ใช้วัดผลด้านสมรรถนะร่างกาย เช่น การนอน การฟื้นตัว และระดับความเครียด มากกว่าฟังก์ชันอเนกประสงค์ของสมาร์ทวอทช์ทั่วไป โดยอุปกรณ์ติดตามสุขภาพบางแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในโลกโซเชียลมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา สะท้อนการใช้ข้อมูลมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

เจาะอินไซต์ผู้บริโภค 4 เจน “Active Lifestyle” ดันสินค้า Sport-Wellness ขยายตัว

สำหรับ Gen X การใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle มุ่งเน้นการรักษาความแข็งแรงของร่างกายและความคล่องตัว เพื่อรองรับบทบาทในชีวิตทั้งการทำงานและครอบครัว กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาวและความสามารถในการเคลื่อนไหว

พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านการใช้จ่ายที่ชัดเจน โดย Gen X มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคู่ในหมวดรองเท้าวิ่งสูงกว่ากลุ่มวัยอื่นถึง 1.3 เท่า อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีการใช้บริการ Wellness Center สูงที่สุด สะท้อนการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ

ขณะที่ Baby Boomers ให้ความสำคัญกับ Active Lifestyle ในมิติของการดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวและมั่นคง ด้วยวัยที่ประเด็นเรื่องสุขภาพและอายุขัยใกล้ตัวมากขึ้น การดูแลร่างกายจึงเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลการบริโภคสะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยหมวด Recovery Shoes เติบโตกว่า 3 เท่า ขณะที่ Smartwatch เติบโตกว่า 2 เท่า เนื่องจากผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามและเฝ้าระวังความผิดปกติด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเองและครอบครัว พร้อมลดความเสี่ยงและรักษาคุณภาพชีวิตในระยะยาว