thansettakij
ครม. เคาะแผนแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปี 69 ตั้งเป้าลดเผาป่า-คุมเข้มโรงงาน

ครม. เคาะแผนแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปี 69 ตั้งเป้าลดเผาป่า-คุมเข้มโรงงาน

10 ก.พ. 2569 | 09:20 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.พ. 2569 | 09:24 น.

ครม. เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง PM2.5 ปี 2569 จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเผา วางแผนจัดการไฟป่า ตั้งจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง คุมเข้มโรงงาน-จำกัดรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ถึงมือ ปชช.

KEY

POINTS

  • ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ประจำปี 2569 โดยมุ่งควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทั้งในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง
  • ตั้งเป้าหมายลดพื้นที่เผาไหม้ในป่าและพื้นที่เกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการกำกับดูแลยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรมให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเตรียมการเพื่อป้องกัน และระยะปฏิบัติการเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในช่วงวิกฤต พร้อมยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดน

10 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตฝุ่นละออง

นางสาวลลิดา รองโฆษกฯ ระบุว่า มาตรการปี 2569 มุ่งควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง โดยตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ในป่าและเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่การกำกับยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเพิ่มกลุ่มเป้าหมายควบคุมการระบายฝุ่นในเขตเมือง และยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนผ่านความร่วมมือระดับทวิภาคี ไตรภาคี และอาเซียน

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการ เน้นจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเผา วางแผนจัดการไฟป่า สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่เผา ขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟ ควบคุมรถควันดำ โรงงาน และกิจการเป้าหมาย รวมถึงเตรียมระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า

ระยะปฏิบัติการ ในช่วงสถานการณ์วิกฤต จะเพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จำกัดรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง ควบคุมการนำเข้าพืชอาหารสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดการเผา พร้อมจัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ และดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านการจัดหาห้องปลอดฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกัน

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ด้านคุณภาพอากาศ โดยตั้งเป้าลดค่าเฉลี่ย PM2.5 และจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงสำคัญ อาทิ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยประสานงานหลัก และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการบางส่วนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองในปี 2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองสูง