วิกฤต PM 2.5 แพทย์แนะวิธีบรรเทาพิษจากฝุ่นทั้งระบบหายใจ ผิวหนัง ตา

15 ม.ค. 2569 | 05:13 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 05:17 น.

กรมการแพทย์ แนะนำวิธีบรรเทาอาการจากฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งโรคทางเดินหายใจ ผิวหนัง และตา พร้อมเปิดคลินิกมลพิษออนไลน์เพื่อให้คำปรึกษาและการรักษาผ่านการแพทย์ทางไกล

KEY

POINTS

  • กรมการแพทย์แนะวิธีดูแลระบบทางเดินหายใจจากฝุ่น PM2.5 โดยให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น สวมหน้ากากอนามัย ดื่มน้ำอุ่น และเลี่ยงอาหารรสจัดหรือของทอดเพื่อลดการระคายเคือง
  • สำหรับผลกระทบทางผิวหนัง ควรป้องกันโดยสวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาว ทำความสะอาดร่างกายหลังออกข้างนอก และใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • การป้องกันดวงตาจากฝุ่น PM2.5 ควรใส่แว่นกันแดด หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และใช้น้ำตาเทียมหรือน้ำสะอาดล้างตาเมื่อมีฝุ่นเข้าตา

กลายเป็นวิกฤตสำหรับค่าฝุ่น PM2.5 ที่มีปริมาณสูงไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในอีกหลายจังหวัด จนเกิดปัญหามลพิษทางอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดย กรมการแพทย์ ได้ออกมาแนะนำวิธีการบรรเทาอาการต่าง ๆ

ที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินมาตรฐาน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายนอกอาคารและภายในอาคาร โดยเฉพาะในช่วงที่การเผาไหม้ทางการเกษตร การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลในยานพาหนะ และอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิดฝุ่นในอากาศ รวมทั้งการทำอาหารที่มีการเผาไหม้และการสูบบุหรี่ที่อาจเป็นสาเหตุภายในอาคาร

ฝุ่น PM2.5 หรือฝุ่นขนาดเล็กที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะทางระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคมะเร็งปอด หรือแม้แต่ผลกระทบทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีแนวทางในการป้องกันและบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองในช่วงที่เกิดปัญหาฝุ่นละอองสูง

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์  กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติการมารับบริการที่คลินิกมลพิษออนไลน์ พบว่า อาการทางระบบทางเดินหายใจ มีอัตราการพบมากที่สุดถึง 60% รองลงมาคือ อาการทางตา 36% และ ระบบทางผิวหนัง 16% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบมากที่สุดต่อระบบทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดอาการไอ เจ็บคอ และทำให้เกิดอาการระคายเคืองในตา ผิวหนังมีผื่นคันจากการสัมผัสฝุ่น

วิกฤต PM 2.5 แพทย์แนะวิธีบรรเทาพิษจากฝุ่นทั้งระบบหายใจ ผิวหนัง ตา

ข้อแนะนำในการบรรเทาอาการเพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง

1. ระบบทางเดินหายใจ

สำหรับผู้ที่มีอาการไอหรือเจ็บคอจากฝุ่น PM2.5 ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นทั้งในบ้านและนอกบ้าน โดยควรใช้ หน้ากากอนามัย เมื่อออกจากบ้านเพื่อกรองฝุ่น และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด รวมถึงของทอดของมัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองเพิ่มเติม

นอกจากนี้ การดื่มน้ำอุ่น น้ำขิง หรือน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจะช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอได้ อีกทั้งผลไม้รสเปรี้ยวอย่างมะนาวและมะขามป้อมสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ดี ส่วนสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการไอ เช่น เหง้าขิง, ดีปลี, สัปปะรด, บ๊วย, มะแว้งเครือ ก็สามารถนำมาใช้ได้

2. ระบบทางผิวหนัง

การบรรเทาอาการทางผิวหนังจากฝุ่น PM2.5 ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น โดยเฉพาะเมื่อออกไปยังพื้นที่ที่มีมลพิษ ควรสวมใส่เสื้อผ้าแขนยาวและขายาวเพื่อปกป้องผิวจากฝุ่น นอกจากนี้เมื่อกลับมาจากข้างนอกควรทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่อ่อน ๆ และทาครีมบำรุงผิวเพื่อให้ความชุ่มชื้น หากมีผื่นหรือคันที่ผิวหนัง ควรทานยาแก้แพ้และทายาสเตียรอยด์ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ

วิกฤต PM 2.5 แพทย์แนะวิธีบรรเทาพิษจากฝุ่นทั้งระบบหายใจ ผิวหนัง ตา

3. ระบบทางตา

การปกป้องดวงตาจากฝุ่น PM2.5 ควรใส่แว่นกันแดดเพื่อป้องกันฝุ่นและลมจากภายนอก หากฝุ่นเข้าตาควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา และควรใช้น้ำตาเทียมหรือน้ำยาล้างตาเพื่อล้างฝุ่นออก หรืออาจล้างตาด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดเพื่อลดการระคายเคืองและการอักเสบ

นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ซึ่งเป็นสถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้เปิดให้บริการ คลินิกมลพิษ on-site และ คลินิกมลพิษออนไลน์ เพื่อให้คำแนะนำและการรักษาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยหากมีอาการที่รุนแรง ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ผ่านช่องทางการแพทย์ทางไกลได้ โดยแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษา พร้อมส่งยาผ่านทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วย

สำหรับประชาชนที่ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ทางคลินิกมลพิษออนไลน์ยังมี คลิปวิดีโอ และ ข้อมูลความรู้ ที่ช่วยเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่กับฝุ่น PM2.5 ได้อย่างปลอดภัยที่สุด