รพ.ราชวิถี แจงจ่ายส่วนต่างยา 8 รายการ รักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง

08 พ.ย. 2568 | 08:39 น.
อัปเดตล่าสุด :08 พ.ย. 2568 | 08:48 น.

โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศชี้แจงกรณีการจ่ายส่วนต่างยา จำนวน 8 รายการ รักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ยืนยันระบบการรักษาและการเบิกจ่ายเงินทุกสิทธิ์เป็นไปตามระเบียบ

วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2568) โรงพยาบาลราชวิถี ออกประกาศชี้แจงกรณี การจ่ายส่วนต่างยารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตามประกาศกรมบัญชีกลาง (ว537) โดยระบุว่า ตามที่ โรงพยาบาลราชวิถี ได้มีประกาศ เรื่อง อัตราเบิกจ่ายค่ายารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตามประกาศกรมบัญชีกลาง (หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0146.2/ว537 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2568) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 นั้น

โรงพยาบาลราชวิถี แจ้งว่า สำหรับโรงพยาบาลราชวิถี มียาที่ต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มตามประกาศกรมบัญชีกลาง เพียง 8 รายการ ดังต่อไปนี้

  1. Abiraterone 500 mg
  2. Azacitidine 100 mg
  3. Bevacizumab 400 mg
  4. Bortezomib 1 mg
  5. Dasatinib 70 mg
  6. Fulvestrant 250 mg
  7. Rituximab 1,400 mg
  8. Trastuzumab 600 mg
     

โรงพยาบาลราชวิถี ระบุด้วยว่า มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลรักษาผู้ป่วย โดยการใช้ความรู้ทางการแพทย์ และทักษะความเชี่ยวชาญ ประกอบกับการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยในผู้ป่วยทุกราย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม  ขอยืนยันให้ผู้ป่วยและประชาชนมั่นใจถึงระบบการรักษาและการเบิกจ่ายเงินในทุกสิทธิ์การรักษาเป็นไปตามระเบียบทุกประการ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โรงพยาบาลราชวิถี ได้ออกประกาศ เรื่อง อัตราเบิกจ่ายค่ายารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงตามประกาศกรมบัญชีกลาง (2537) ระบุว่า ตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค 0416.2/2537 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2508 เรื่อง การกําหนด อัตราเบิกจ่ายค่ายารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ ยาที่ใช้ในการรักษากลุ่มโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา โรครูมาติก โรคผิวหนังเรื้อรัง และโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ จํานวนทั้งสิ้น 31 รายการ ซึ่งราคาเบิกจ่ายที่กรมบัญชีกลางกําหนดต่ำกว่าราคาต้นทุนของโรงพยาบาล

โรงพยาบาลราชวิถี แจ้งว่า ผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (จ่ายตรง) ของกรมบัญชีกลาง และผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลพนักงานขององค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการใช้ยาในกลุ่มดังกล่าว ต้องร่วมจ่ายส่วนเกินค่ายาบางรายการตามเอกสารแนบ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป