thansettakij
thansettakij
4 ข้อเสนอ 'ชมรมเภสัชฯ' หนุนคุมราคายา รพ.เอกชน จี้ทำราคากลาง-เพดานกำไร

4 ข้อเสนอ 'ชมรมเภสัชฯ' หนุนคุมราคายา รพ.เอกชน จี้ทำราคากลาง-เพดานกำไร

02 ต.ค. 68 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 68 | 08:21 น.

ชมรมเภสัชชนบท ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ สนับสนุนให้รัฐบาลเร่งคุมราคายา รพ.เอกชน หลังกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าลดภาระค่าใช้จ่าย จี้ให้กำหนดราคากลางและเพดานกำไร และบังคับใช้สิทธิซื้อยานอก รพ.

KEY

POINTS

  • ชมรมเภสัชชนบทเสนอให้รัฐบาลกำหนดราคากลางและเพดานกำไรสูงสุดสำหรับยาจำเป็น เพื่อควบคุมราคาในโรงพยาบาลเอกชน
  • เรียกร้องให้บังคับใช้สิทธิผู้ป่วยอย่างจริงจังในการนำใบสั่งยาไปซื้อจากร้านขายยาภายนอกโรงพยาบาลได้
  • เสนอให้จัดทำฐานข้อมูลราคากลางยาออนไลน์เพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบราคาได้ พร้อมกลไกร้องเรียนและลงโทษหากขายเกินราคา
  • แนะให้เริ่มบังคับใช้มาตรการเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากยาจำเป็น 100 รายการแรก แล้วขยายไปยังเวชภัณฑ์และยาโรคเรื้อรัง

ท่ามกลางนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์กำลังเดินหน้าทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อลดภาระค่าครองชีพด้านสุขภาพของประชาชน

โดยเฉพาะการเปิดทางเลือกให้ประชาชนรับรู้ราคายาก่อนจ่ายเงินและสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อจากร้านขายยาภายนอกโรงพยาบาลได้ ซึ่งมาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าครองชีพได้ถึง 32,400 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม แม้หลักการดังกล่าวจะเป็นที่น่ายินดีและตรงกับความต้องการของประชาชนผู้ที่ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีมูลค่าสูงขึ้นและมีทางเลือกน้อยลง

แต่ "ชมรมเภสัชชนบท" ได้มองเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมและบังคับใช้ได้จริง เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ชมรมเภสัชชนบท จึงได้จัดทำจดหมายเปิดผนึกยื่นต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุข โดยได้เสนอ 4 ข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่มุ่งเน้นสร้างความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความยั่งยืนของระบบสุขภาพไทย

4 ข้อเสนอ 'ชมรมเภสัชฯ' หนุนคุมราคายา รพ.เอกชน จี้ทำราคากลาง-เพดานกำไร

ข้อเสนอหลัก: กลไกคุมราคาที่ชัดเจนและบังคับใช้สิทธิประชาชน

ข้อเสนอที่สำคัญประการแรก คือการเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กลไก Reference Price and Profit Cap สำหรับยาจำเป็น โดยให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมการค้าภายในร่วมกันกำหนดบัญชีรายการยาจำเป็น (Essential Medicines) ที่ประชาชนใช้บ่อย

และกำหนดให้กรมการค้าภายในประกาศ ราคากลางและเพดานกำไรสูงสุด (Profit Cap) เช่น 30-40% เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการซื้อยา

นอกจากกลไกคุมราคาแล้ว ชมรมเภสัชฯ ยังได้เน้นย้ำถึงสิทธิของผู้ป่วย โดยเสนอให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้สิทธิประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนสามารถถือใบสั่งยาไปซื้อยาภายนอกได้ (Prescription Portability) โดยไม่ถูกบังคับผูกขาด การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านยา

ความโปร่งใสและการบังคับใช้เป็นขั้นตอน

เพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน ชมรมฯ เสนอให้กรมการค้าภายในจัดทำ ฐานข้อมูลราคากลางออนไลน์ (Price Transparency) ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ข้อมูลนี้จะต้องเปิดเผยราคาเปรียบเทียบระหว่างโรงพยาบาลและร้านขายยาอย่างชัดเจน และต้องมีกลไกร้องเรียนและลงโทษเมื่อพบการขายเกินเพดานราคาที่กำหนด

ส่วนข้อเสนอสุดท้าย เป็นเรื่องของวิธีการบังคับใช้มาตรการ โดยเสนอให้มีการ บังคับใช้แบบเป็นขั้นตอน (Phased Implementation):

  • ระยะที่ 1: เริ่มดำเนินการกับยาจำเป็น 100 รายการแรก
  • ระยะที่ 2: ขยายผลไปยังเวชภัณฑ์พื้นฐาน เช่น น้ำเกลือ, เข็มฉีดยา, ผ้าก๊อช และอื่น ๆ
  • ระยะที่ 3: ครอบคลุมยาโรคเรื้อรังที่มีการผลิตยา generic แล้ว

ชมรมเภสัชชนบท ได้แสดงความหวังว่า รัฐบาลจะพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อให้ระบบสุขภาพของไทยสามารถลดความเหลื่อมล้ำและ คุ้มครองสิทธิประชาชนตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ได้สำเร็จ