
ตาปรือตลอดเวลา ลืมตาไม่ขึ้น? เช็กสัญญาณเตือนและวิธีแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
ตาปรือ ลืมตาไม่ขึ้น อาจไม่ใช่แค่ง่วง! ระวังสัญญาณ "กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง" ภัยเงียบที่ส่งผลทั้งบุคลิกภาพและการมองเห็น เช็กสาเหตุ วิธีสังเกต และแนวทางรักษา
ในปัจจุบันนี้ หลายคนต่างทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอตลอดทั้งวันเป็นเวลานานๆ รวมถึงการใส่คอนแท็กต์เลนส์ติดต่อกันทุกวัน รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้! โดยกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือ Ptosis เป็นภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ ทำให้ลืมตาได้ไม่เต็มที่ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อตาทำงานผิดปกติหรือหย่อนคล้อยตามอายุ ส่งผลให้ตาดูปรือและเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา อาการนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ แต่หากเปลือกตาตกลงมาบดบังการมองเห็นมากเกินไป ก็จะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันด้วย ในบทความนี้มาอธิบายอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้ลองสำรวจตัวเอง และสาเหตุ การรักษาในกรณีที่กำลังมีอาการนี้อยู่มาฝากกัน
เช็กสาเหตุกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากอะไร?
อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งที่เป็นตั้งแต่กำเนิด จากการที่กล้ามเนื้อตาไม่พัฒนา ทำให้เด็กมีอาการหนังตาตก บดบังการมองเห็น และอาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจหรือตาเอียงได้ และในกรณีที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อเปลือกตาจะเริ่มหย่อนคล้อยและสูญเสียความยืดหยุ่นจากการใช้งานมานาน ทำให้ลืมตาได้น้อยลง รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้งานสายตาอย่างหนัก การใส่คอนแท็กต์เลนส์เป็นประจำอาจทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้าและถูกยืดออกได้ นอกจากนี้การทำตาสองชั้นที่ผิดพลาดก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้เช่นกัน อาจมาจากการผูกปมไหมที่ไม่ละลายไปขัดขวางการทำงานของกล้ามเนื้อตา หรือการกระทบกระเทือนกล้ามเนื้อตาระหว่างผ่าตัด ส่วนสาเหตุสุดท้ายคือโรค MG (Myasthenia Gravis) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อตาด้วย
อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ควรสังเกต
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นอาการที่สามารถสังเกตได้จากภายนอก หากพบเจอเร็ว ก็สามารถรักษา แก้ปัญหาได้เร็วยิ่งขึ้น โดยมีอาการดังนี้
- หนังตาตก เป็นอาการที่เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ทำให้ดวงตาดูปรือและไม่สดใส บางคนอาจมีอาการข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ทำให้ตาดูไม่เท่ากัน
- ลืมตาไม่ขึ้น กล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาจะสูญเสียความแข็งแรง ทำให้ลืมตาได้ยากหรือไม่เต็มที่ มองปกติแล้วตาจะดูปรือคล้ายคนง่วงนอนตลอดเวลา
- เลิกคิ้วบ่อย เมื่อหนังตาตกและบดบังการมองเห็น ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการเลิกคิ้วหรือแหงนศีรษะเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัดขึ้น พฤติกรรมนี้อาจทำให้เกิดริ้วรอยบนหน้าผากตามมาได้
- ขยี้ตาเป็นประจำ จากการล้างเครื่องสำอาง หรืออาการภูมิแพ้ จะทำให้กล้ามเนื้อตาถูกยืดออก ส่งผลให้เปลือกตาหย่อนคล้อย และอาจทำให้เกิดชั้นตาที่ผิดปกติ ทำให้ตาดูปรือมากกว่าเดิม
วิธีการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
การแก้ไขรักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้
- การบริหารกล้ามเนื้อตา
การบริหารกล้ามเนื้อตาช่วยลดอาการตาอ่อนล้าและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ โดยทำเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง เช่น บริหารด้วยการกลอกตา กลอกตาขึ้น-ลง และ ซ้าย-ขวา ช้าๆ ทำซ้ำ 2 รอบต่อวัน หรือลองปรับโฟกัส ยื่นปากกาหรือนิ้วมือไปข้างหน้า แล้วค่อยๆ เลื่อนเข้าหาดวงตา เมื่อภาพเริ่มซ้อน ให้เลื่อนกลับไปที่เดิม ทำซ้ำ 20 ครั้ง วันละ 3 รอบ
- การผ่าตัดแก้ไข
หากใช้วิธีการบริหารกล้ามเนื้อตาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา การผ่าตัดด้วยเทคนิคสมัยใหม่ จะช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง เลือดออกน้อย และลดอาการบวมช้ำหลังทำ ทำให้กล้ามเนื้อตาสามารถเปิดได้เต็มที่ แก้ปัญหาตาปรือและตาตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทั้งจากพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด จากอายุที่มากขึ้น หรือจากการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเช่น การทำงานที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน หรือแท็บเล็ตตลอดเวลา การใส่คอนแท็กต์เลนส์ทั้งวัน และการศัลยกรรม โดยอาการมักจะทำให้เกิดหนังตาตก ลืมตาไม่ขึ้น ทำให้ดวงตาดูปรือ ไม่สดใส สามารถเป็นได้ทั้งข้างเดียวและสองข้าง ร่างกายก็จะพยายามให้เรามองเห็นได้มากขึ้นด้วยการเลิกคิ้วบ่อย หากมีอาการดังกล่าว สามารถเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยได้อย่างตรงจุด ได้ทั้งการบริหารกล้ามเนื้อตา กรอกตา ปรับโฟกัส แต่หากทำแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ให้ดวงตาสวยใส คืนความมั่นใจกลับมา







