
สปส.ยัน ขยายอายุชราภาพเป็น 65 ปี แค่ข้อเสนอ ยังไม่มีผลบังคับใช้
เลขาฯ สปส. ยืนยัน ขยายอายุชราภาพจาก 55 ปี เป็น 65 ปี เป็นแค่ข้อเสนอ ย้ำไม่มีการเปลี่ยนแปลงอายุรับสิทธิชราภาพ บำนาญชราภาพ บำเหน็จชราภาพ สิทธิประโยชน์ยังคงเดิม
ตามที่มีข่าวว่ากระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะขยายอายุรับสิทธิประโยชน์ชราภาพจาก 55 ปี เป็น 65 ปี นั้น ล่าสุด สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงโดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอายุรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวแต่อย่างใด แนวคิดนี้เป็นเพียงข้อเสนอเชิงวิชาการ ยังไม่มีผลบังคับใช้
นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า แนวคิดการขยายอายุเกษียณเป็นเพียงข้อเสนอเชิงวิชาการ ที่หยิบยกขึ้นหารือในเวที SSO Sustainable 2024 ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการที่จัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนบำนาญระดับโลกและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางรองรับสังคมสูงวัย
ทั้งนี้หลายประเทศได้ปรับอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี เช่น สวีเดน ได้ขยายอายุเกษียณเป็น 67 ปี โดยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปัจจัยด้านสุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถทำงานได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิผู้ประกันตนในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวข้อง กับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน จะต้องดำเนินการผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการพิจารณาของคณะกรรมการประกันสังคม และต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน
ทั้งนี้สิทธิผู้ประกันตนยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
1.ผู้ประกันตนที่อายุ 55 ปี และเกษียณหรือสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน ยังคงสามารถขอรับเงินบำนาญหรือบำเหน็จกรณีชราภาพได้ตามปกติ
2.การขยายอายุผู้ประกันตน เป็นคนละกรณีกับการขยายอายุเกิดสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ โดยปัจจุบันได้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม แก้ไขอายุผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จาก 15-60 ปี เป็น 15-65 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานสูงอายุที่ต้องการทำงานต่อ สามาถอยู่ในระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์ต่อเนื่อง แต่จะไม่ได้กระทบสิทธิของผู้ที่เกษียณอายุ 55 ปี
สำนักงานประกันสังคม ให้ความสำคัญกับสิทธิผู้ประกันตน การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน จะต้องมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ หากมีข้อสงสัย ติดต่อ สายด่วนประกันสังคม 1506 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือสำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยและกองทุนประกันสังคมมีภาระการจ่ายสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพในระยะยาว ซึ่งอาจกระทบต่อกองทุนในอีก 30 ปีข้างหน้า จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และมีแนวทางสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคม ประกอบด้วย
1. ปรับเพิ่มเพดานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบ แบบค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่ ปี 2568 - 2570 ปรับเพดานค่าจ้างที่ 17,500 บาท ปี 2571 - 2573 ปรับเพดานค่าจ้างที่ 20,000 บาท ปี 2574 เป็นต้นไป ปรับเพดานค่าจ้างที่ 23,000 บาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างแก้ไขกฎกระทรวง
2. กำหนดเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนอยู่ที่ 5% ต่อปี สามารถดำเนินการได้ทันที
3. ขยายอายุการเกิดสิทธิการรับบำนาญชราภาพ จาก 55 ปี เป็น 65 ปี อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยกำลังศึกษาแนวทางขยายอายุเกษียณแบบสมัครใจ คำนึงถึงผลกระทบที่แตกต่างกันของพื้นที่ กลุ่มอาชีพ และกลุ่มรายได้ต่าง ๆ
4. ขยายความคุ้มครองแก่แรงงานที่ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับตามกฎหมาย และนำแรงงานต่างชาติเข้าสู่ระบบประกันสังคม(สปส.)
5. ปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบฝ่ายรัฐบาลจากเดิม 2.75% เป็น 5%






