
บริจาคเลือด เตรียมตัวก่อน – หลัง บริจาคเลือดข้อควรปฏิบัติอย่างไร
บริจาคเลือด เตรียมตัวก่อน – หลัง บริจาคเลือด หลัง โรงพยาบาลรามาธิบดี ประกาศขอรับบริจาคโลหิต หลังเกิดเหตุไฟไหม้
จากสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ เมื่อคืนวันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ในโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่งผลกระทบคลังเลือดสำรองเสียหายไปทั้งหมด คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความว่า ขอเชิญชวนบริจาคโลหิตได้ทุกวันที่ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 3 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และ 13.00 -16.30 น. ได้ทุกวัน หรือที่ กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดรับบริจาค วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 14-24 มีนาคม 2568 และ วันที่ 31 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 14.00 น.
การเตรียมตัวก่อน-หลัง บริจาคเลือด
ก่อนบริจาคเลือด
- ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ในคืนก่อนวันที่จะมา บริจาคเลือด
- สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น ยาแก้อักเสบต้องมีการหยุดยาแล้วอย่างน้อย 7 วัน
- ควรรับประทานอาหารก่อนมาบริจาคเลือดและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง ภายใน 6 ชั่วโมง ได้แก่ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู เพราะจะทำให้พลาสมามีสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำเลือดไปใช้รักษาผู้ป่วยได้
- แนะนำให้ดื่มน้ำก่อนบริจาคเลือด 30 นาที ประมาณ 3-4 แก้ว ซึ่งเท่ากับปริมาณเลือดที่เสียไปในการบริจาค จะทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้นและช่วยลดภาวะการเป็นลมจากการ บริจาคเลือด ได้
- ต้องงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคเลือดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ต้องงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคเลือด 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกเลือดได้ดี
ขณะ บริจาคเลือด
- ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
- เลือกแขนข้างที่เห็นเส้นเลือดดำใหญ่ชัดเจน ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะต้องไม่มีผื่นคันหรือรอยเขียวช้ำ หากมีอาการแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
- ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอมขณะบริจาคเลือด
- ขณะบริจาคเลือดควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เลือดไหลได้สะดวก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที
หลังบริจาคเลือด
- ควรพักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการ นั่งพักอย่างน้อย 15 นาที
- ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1 วัน
- ไม่ควรรีบร้อนกลับบ้านควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมหรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
- หลีกเลี่ยงการขึ้นลงลิฟต์ บันไดเลื่อน อาจทำให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะและเป็นลมได้
- ถ้ามีเลือดซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อซ กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคเลือดเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
- หลีกเลี่ยงการทำซาวน่าหรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมาก ๆ ไม่ใช้กำลังแขนที่เจาะเลือดบริจาค เช่น ยกของหนักเป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังการบริจาคเลือด
- ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เช่น การเดินซื้อของอยู่ในบริเวณที่แออัดหรืออากาศร้อนอบอ้าว เป็นต้น
- ผู้บริจาคเลือดที่ทำงานปีนป่ายที่สูงหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
หลังจาก บริจาคเลือด
- ให้รับประทานอาหารตามปกติ ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยเลือดที่บริจาคไป
- ควรรับประทานธาตุเหล็กวันละ 1 เม็ด จนหมด เพื่อชดเชยธาตุเหล็กที่เสียไปจากการบริจาคเลือด และป้องกันการขาดธาตุเหล็ก เพื่อให้สามารถบริจาคเลือดได้อย่างสม่ำเสมอ
- ควรรับประทานธาตุเหล็กบำรุงเลือด พร้อมกับเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง หรือน้ำมะเขือเทศ จะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ยกเว้น ชาเขียว เพราะจะไปขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก.
ที่มา:







