
สมาคมนักข่าวไทย-เวียดนาม ผนึกกำลังรับมือความท้าทาย AI - การรุกคืบของบิ๊กเทค
สมาคมนักข่าวไทย-เวียดนาม เดินหน้ายกระดับความร่วมมือสื่อมวลชนอาเซียน รับมือความท้าทายจาก AI และแพลตฟอร์มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เร่งผลักดันกลไกคุ้มครองลิขสิทธิ์และแบ่งปันรายได้ที่เป็นธรรม
KEY
POINTS
- สมาคมนักข่าวไทยและเวียดนามประชุมหารือเพื่อร่วมมือรับมือกับความท้าทายจากเทคโนโลยี AI และอิทธิพลของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีข้ามชาติ
- ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการผลักดันกรอบกฎหมายเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ข่าวและสร้างกลไกแบ่งปันรายได้ที่เป็นธรรมจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Google และ Meta
- มีการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาทักษะการใช้ AI ให้กับผู้สื่อข่าว โดยเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและจริยธรรมของนักข่าวได้
26 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเดินทางเยือนเวียดนามตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวแห่งประเทศเวียดนาม เข้าพบหารือกับนายเล ก๊วก มินห์ ประธานสมาคมนักข่าวแห่งประเทศเวียดนาม ณ กรุงฮานอย เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านสื่อมวลชนระหว่างไทย เวียดนาม และภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขยายบทบาทของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีข้ามชาติ
เวียดนามอบรม AI นักข่าวกว่า 3,000 คน
การหารือครั้งนี้ นำโดยนางสาว น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ และคณะผู้แทนจากสมาคมฯ โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของสื่อกระแสหลักในยุคดิจิทัล การเจรจาด้านลิขสิทธิ์และผลตอบแทนจากการผลิตเนื้อหาข่าว ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมในการนำ AI มาใช้ในกองบรรณาธิการ
นายเล ก๊วก มินห์ เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เวียดนามได้จัดอบรมทักษะการใช้ AI ให้แก่นักข่าวแล้วกว่า 3,000 คน พร้อมนำเสนอแนวปฏิบัติ 10 ประการสำหรับการใช้ AI ในกองบรรณาธิการ เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมในกระบวนการผลิตข่าว
ขณะที่นางสาว น.รินี และนายชวรงค์ ได้นำเสนอแนวทางการฝึกอบรม AI สำหรับผู้สื่อข่าวไทย โดยมุ่งพัฒนาบุคลากรให้สามารถต่อยอดความรู้และทำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดทักษะให้แก่ผู้สื่อข่าวในองค์กรได้
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูล แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริง จริยธรรมวิชาชีพ และการทำข่าวที่อาศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าว ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของงานสื่อสารมวลชน ซึ่งเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
เร่งคุ้มครองลิขสิทธิ์ข่าว รับมือ Google-Meta
อีกประเด็นสำคัญคือผลกระทบจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ Google และ Meta ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการเข้าถึงเนื้อหาข่าวและรายได้ของสื่อมวลชน ท่ามกลางแนวโน้มการค้นหาแบบไม่คลิก (Zero-click) ที่ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลจากหน้าผลการค้นหาหรือแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องเข้าสู่เว็บไซต์ต้นทาง ส่งผลให้เว็บไซต์ข่าวมีโอกาสสูญเสียยอดเข้าชม
ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงความจำเป็นที่สื่อมวลชนในอาเซียนต้องร่วมกันผลักดันกรอบกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์และกลไกแบ่งปันรายได้ที่เป็นธรรม โดยศึกษาบทเรียนจากมาตรการทางกฎหมายในยุโรป ออสเตรเลีย และประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการลดการพึ่งพาอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และการสร้างช่องทางเชื่อมต่อกับผู้อ่านโดยตรง เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงผู้รับสารและเสริมความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชน ท่ามกลางปัญหาข่าวปลอมที่ยังเป็นความท้าทายต่อระบบนิเวศข้อมูลข่าวสารทั่วโลก
เดินหน้าต่ออายุ MOU เน้นความร่วมมือรูปธรรม
นอกเหนือจากประเด็นด้านเทคโนโลยี ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเดินหน้าจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับต่อไป เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศ โดยเตรียมปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกและความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อมากขึ้น
แนวทางความร่วมมือที่เตรียมผลักดัน ได้แก่ การจัดอบรมภาษาเวียดนามและภาษาไทยสำหรับบุคลากรสื่อมวลชน การแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างสองประเทศ และการฝึกปฏิบัติงานด้านการรายงานข่าวในสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์การทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค
นายชวรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2569 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนของไทยมีกำหนดจัดการประชุมสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมุ่งหารือเรื่องการประยุกต์ใช้ AI ในกองบรรณาธิการและรูปแบบการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน พร้อมเชิญผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI รวมถึงผู้แทนสื่อมวลชนจากสมาคมนักข่าวแห่งประเทศเวียดนามเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมสื่อมวลชนในภูมิภาค
ก่อนการหารือครั้งนี้ นางสาว น.รินี เรืองหนู ในฐานะประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้มอบรางวัลชมเชยแก่นายเจิ่น ทัญ ซาง ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเวียดนาม (VNA) ซึ่งมีผลงานโดดเด่นจากการประกวดภาพถ่ายสื่อมวลชนอาเซียน ปี 2026 ในหัวข้อการท่องเที่ยวผ่านมุมมองทางวัฒนธรรม






