thansettakij
thansettakij
ลาวเตรียมเปลี่ยนผู้นำ จับตาสภาแห่งชาติเคาะ "สะเหลิมไซ กมมะสิด" นั่งนายกฯ คนที่ 10

ลาวเตรียมเปลี่ยนผู้นำ จับตาสภาแห่งชาติเคาะ "สะเหลิมไซ กมมะสิด" นั่งนายกฯ คนที่ 10

04 ต.ค. 69 | 13:01 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ต.ค. 69 | 13:01 น.

ปป.ลาวเตรียมเปลี่ยนผ่านผู้นำ จับตาสภาแห่งชาติ 5-21 ต.ค. 2569 เคาะ "สะเหลิมไซ กมมะสิด" นักการทูตวัย 57 ปี ขึ้นนายกฯ คนที่ 10 แทน "สอนไซ สีพันดอน"

KEY

POINTS

  • สภาแห่งชาติลาวเตรียมพิจารณารับรองนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 10
  • การเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้คาดว่าเกิดขึ้นหลังนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จะลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติที่ว่างลง
  • นายสะเหลิมไซเป็นนักการทูตอาชีพ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และถูกมองว่าเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่โดดเด่นบนเวทีสากลและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กำลังก้าวเข้าสู่ยุคผู้นำรุ่นใหม่ เมื่อการประชุมสภาแห่งชาติสมัยสามัญ เที่ยวที่ 2 ของสภาแห่งชาติ ชุดที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-21 ต.ค. 2569 ณ หอประชุมสภาแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีวาระสำคัญในการรับรอง "สะเหลิมไซ กมมะสิด" รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ของ สปป.ลาว

แวดวงคนการเมืองลาวคาดหมายว่า การประชุมสภาแห่งชาติรอบนี้ "สอนไซ สีพันดอน" จะแถลงลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   และให้ "สะเหลิมไซ กมมะสิด" เข้ารับตำแหน่งแทน โดยมีรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากการประชุมเร่งด่วนของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรค สมัยที่ 12 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569

สะเหลิมไซ กมมะสิด

กลไกสับเปลี่ยนเก้าอี้ หลังประธานสภาฯ ถึงแก่อสัญกรรม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีจุดเริ่มจากการที่ "ไซสมพอน พมวิหาน" ประธานสภาแห่งชาติลาว ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหลอดเลือดอักเสบ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 ในวัย 69 ปี โดยถึงแก่อสัญกรรมที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งทำให้ตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติว่างลง และเปิดทางให้พรรคประชาชนปฏิวัติลาวสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำระดับสูง

ภายใต้แนวทางที่คาดการณ์กัน "สอนไซ สีพันดอน" ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ 30 ธ.ค. 2565 และเป็นบุตรชายของคำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศ จะขยับขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติแทนที่ผู้วายชนม์ และเปิดทางให้ "สะเหลิมไซ" ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

สอนไซ สีพันดอน

ก่อนหน้านี้ ในการแบ่งงานกรมการเมืองและเลขาธิการพรรคเมื่อเดือน มี.ค. 2569 "สะเหลิมไซ" ได้รับมอบหมายให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี "ผู้ประจำการ" ซึ่งถือเป็นตำแหน่งหัวใจของการบริหารประเทศ ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการ ประสานงานระหว่างกระทรวง และเชื่อมต่อระหว่างพรรคกับรัฐบาล อีกทั้งยังรักษาการแทนนายกฯ เมื่อนายกฯ เดินทางไปราชการต่างประเทศ จึงถูกมองว่าเป็น "ตัวเต็ง" ผู้สืบทอดตำแหน่งมาโดยตลอด

(หมายเหตุ: การนับ "นายกฯ คนที่ 10" เป็นการนับเฉพาะยุค สปป.ลาว ตั้งแต่ปี 2518 โดยสอนไซคือคนที่ 9 — ต่างจากการนับของวิกิพีเดียภาษาอังกฤษที่รวมยุคราชอาณาจักรลาวก่อนปี 2518 ทำให้นับเป็นคนที่ 19)

ประวัติ “สะเหลิมไซ” บุรุษเหล็กแห่งวงการทูต ผู้เติบโตจาก 2 โลก 2 ระบบ

"สะเหลิมไซ กมมะสิด" เกิดเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2511 (1968) ที่แขวงหัวพัน ปัจจุบันอายุ 57 ปี (จะครบ 58 ปีในวันที่ 31 ต.ค.นี้) และดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2565 เขาเติบโตบนเส้นทางสายการทูตระหว่างประเทศ ผ่านทั้งยุคอุดมการณ์สังคมนิยมและยุคเปิดกว้างทางเศรษฐกิจเสรีนิยม จนได้รับฉายาว่าเป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างสองระบบ

สะเหลิมไซ กมมะสิด-สี จิ้นผิง

เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศยาวนานราว 8 ปี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 (2016) ถึงพฤศจิกายน 2567 (2024) ก่อนที่ทองสะหวัน พมวิหาน จะเข้ามารับตำแหน่งแทน จากนั้นสะเหลิมไซถูกจับตาในฐานะตัวเต็งว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป เขายังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากการบริหารจัดการการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ลาวเป็นประธาน และดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุก ที่แม้จะใกล้ชิดกับจีน แต่ก็ยังรักษาความสัมพันธ์อันดีกับชาติตะวันตก พร้อมดึงความร่วมมือและความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นได้

เส้นทางการเมืองของสะเหลิมไซอยู่ภายใต้การบ่มเพาะอย่างใกล้ชิดของ "ทองลุน สีสุลิด" ผู้ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ (2549-2559) ก่อนที่สะเหลิมไซจะสืบทอดตำแหน่งต่อ และต่อมาทองลุนขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคในฐานะเลขาธิการใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาวและประธานประเทศ

ด้านการศึกษา สะเหลิมไซสำเร็จปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งรัฐมอสโก (MGIMO) ประเทศรัสเซีย ในช่วงปี 2529-2535 (1986-1992) และปริญญาโทด้านการวิจัยระหว่างประเทศและการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยโมแนช (Monash University) เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ในปี 2540 (1997) โดยเป็นนักศึกษาคนแรกจากลาวที่สำเร็จการศึกษาจากโมแนช

ตระกูล "กมมะสิด" กับบทบาททางการเมือง

ตามข้อมูลประวัติ สะเหลิมไซเป็นทายาทคนโตของ "พลจัตวา ทองไหล กมมะสิด" อดีตรองหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพประชาชนลาวในสมัยสงครามบ้านร่มเกล้า ซึ่งเป็นปัญญาชนคนลาวใต้ที่ร่วมการต่อสู้ปฏิวัติตั้งแต่วัยหนุ่ม

ปัจจุบันตระกูลกมมะสิดมีสมาชิกดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึง 3 คน ได้แก่ สะเหลิมไซ กมมะสิด (ว่าที่นายกรัฐมนตรี), มะไลทอง กมมะสิด (รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า) และ พลโท สายใจ กมมะสิด (รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ และหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ) โดยพลโทสายใจมีบทบาทโดดเด่นในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (แก๊งสแกมเมอร์) ชาวต่างชาติ

ลำดับเส้นทางราชการและการเมือง (โดยสังเขป)

  • 2529-2535 — ปริญญาโท MGIMO กรุงมอสโก รัสเซีย
  • 2539-2540 — ปริญญาโท มหาวิทยาลัยโมแนช ออสเตรเลีย
  • 2555-2556 — ผู้แทนถาวร สปป.ลาว ประจำสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก
  • ก.พ. 2557-เม.ย. 2559 — รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
  • เม.ย. 2559-พ.ย. 2567 — รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
  • มิ.ย. 2565 — รองนายกรัฐมนตรี (ควบ รมว.ต่างประเทศ ถึง พ.ย. 2567)
  • มี.ค. 2569 — รองนายกรัฐมนตรี ผู้ประจำการ
  • ต.ค. 2569 — คาดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 แห่ง สปป.ลาว

ทั้งนี้ การรับรองอย่างเป็นทางการขึ้นอยู่กับมติของสภาแห่งชาติในการประชุมสมัยสามัญที่เปิดฉากวันที่ 5 ต.ค. 2569 ซึ่งสังคมลาวจำนวนมากแสดงความเห็นในโลกออนไลน์สนับสนุนสะเหลิมไซในฐานะ "นายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชน" จากภาพลักษณ์ผู้นำรุ่นใหม่ที่โดดเด่นบนเวทีสากลมายาวนาน.