thansettakij
thansettakij
เตือนฝนหนัก 4–7 ต.ค. จับตา 3 จังหวัดเสี่ยง อยุธยาระวังน้ำเพิ่มอีก 10 ซม.

เตือนฝนหนัก 4–7 ต.ค. จับตา 3 จังหวัดเสี่ยง อยุธยาระวังน้ำเพิ่มอีก 10 ซม.

03 ต.ค. 69 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ต.ค. 69 | 09:12 น.

รัฐบาลเตือนฝนเพิ่ม 4–7 ต.ค. เฝ้าระวังกาญจนบุรี เพชรบุรี และปราจีนบุรี อยุธยาอาจมีน้ำเพิ่ม 10 ซม. พร้อมติดตามฝนช่วง 11–16 ต.ค.

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตือนประชาชนรับมือฝนตกหนักเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 4–7 ตุลาคม
  • เฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ กาญจนบุรี เพชรบุรี และ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
  • พื้นที่ริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 10 เซนติเมตร

รัฐบาลเตือนประชาชนเตรียมรับมือฝนเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ขณะที่สถานการณ์น้ำภาคกลางหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและลดลง แต่พื้นที่ริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 10 เซนติเมตร

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม หรือ JICC ว่า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในลักษณะฝนเปลี่ยนฤดู จึงต้องติดตามทั้งปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

จับตากาญจนบุรี–เพชรบุรี–ปราจีนบุรี ฝนสะสมสูง

นางสาวประภาพร วงศ์สมิง ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนสะสมตลอดช่วง และบางพื้นที่มีฝนตกหนัก โดยพื้นที่เฝ้าระวังอาจมีปริมาณฝนสะสมประมาณ 100–150 มิลลิเมตร

พื้นที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะวันที่ 5 ตุลาคม และพื้นที่ด้านตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอาจมีฝนสะสมประมาณ 125–150 มิลลิเมตร

ส่วนภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีฝนตกมากต้องระวังดินถล่มและโคลนถล่ม

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

น้ำภาคกลางเริ่มทรงตัว แต่ริมแม่น้ำอยุธยายังต้องระวัง

นายเอกภพกล่าวว่า พื้นที่ภาคกลางตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีลงมา สถานการณ์น้ำทรงตัวและเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ โดยเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เท่ากับวันก่อนหน้า

ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 111 ของความจุ และระบายน้ำประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำจากทั้งสองเขื่อนจะไหลมารวมกันบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้พื้นที่ใกล้แม่น้ำอาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพิ่มเติม

สำหรับจังหวัดอุทัยธานี ระดับน้ำอาจลดลงช้า เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยายังมีระดับน้ำสูง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เฝ้าระวังท้ายน้ำฉะเชิงเทรา–องครักษ์

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีเริ่มลดลง แต่น้ำจะไหลไปสมทบในจังหวัดฉะเชิงเทราและรวมกับแม่น้ำนครนายก ประชาชนในอำเภอเมืองฉะเชิงเทราและพื้นที่ท้ายน้ำจึงยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. กล่าวว่า แม้ระดับน้ำภาคตะวันออกโดยรวมลดลง แต่พื้นที่ตอนล่างยังต้องติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พื้นที่บางส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งหน่วยงานและจังหวัดได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

เพชรบุรีต้องจับตา เขื่อนแก่งกระจานมีน้ำสูง

ในภาคตะวันตก เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้ โดยมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

ส่วนจังหวัดเพชรบุรีเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับสูง และอาจต้องรับน้ำฝนเพิ่มเติมจากฝนระลอกใหม่

เขื่อนตอนบนยังรับน้ำได้กว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายไพฑูรย์กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลง โดยแม่น้ำปิง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่านมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ขณะที่ยังคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อน

เขื่อนในพื้นที่ตอนบนยังรองรับน้ำได้อีกกว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำปริมาณมากจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังบริหารจัดการน้ำในระดับสูงเป็นการชั่วคราวได้ โดยปริมาณน้ำไหลเข้าและระบายออกยังสมดุลกัน

ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกหนักเกินกว่าที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ สถานการณ์น้ำโดยรวมยังสามารถบริหารจัดการได้

ติดตามฝนช่วง 11–16 ต.ค. กทม.อาจมีฝนเพิ่มวันที่ 14 ต.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาอีกระลอกในวันที่ 10 ตุลาคม ส่งผลให้แนวฝนเคลื่อนลงไปทางภาคใต้ในช่วงวันที่ 11–16 ตุลาคม

สำหรับกรุงเทพมหานคร วันที่ 14 ตุลาคมคาดว่าจะมีการกระจายตัวของฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนวันอื่น ๆ ในช่วงดังกล่าวคาดว่าจะมีฝนเล็กน้อย โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามและปรับข้อมูลพยากรณ์ตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศจากทางราชการ และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนและน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน.