
กรมโยธาฯ ครบรอบ 24 ปี เดินหน้า 4 ภารกิจ ดันเทคโนโลยีสู่เมืองยั่งยืน
กรมโยธาธิการและผังเมือง ครบรอบ 24 ปี เดินหน้า 4 ภารกิจหลัก ผังเมือง–พัฒนาเมือง–ควบคุมอาคาร–บริการงานช่าง พร้อมนำดิจิทัลและ AI ยกระดับบริการ สร้างเมืองปลอดภัย น่าอยู่ รับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
KEY
POINTS
- กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดงานครบรอบ 24 ปี มุ่งมั่นพัฒนาเมืองให้ปลอดภัย น่าอยู่ และเติบโตอย่างยั่งยืน
- เดินหน้าขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ การผังเมือง การพัฒนาเมือง การควบคุมอาคาร และการบริการด้านช่าง
- นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่ เช่น AI และ GIS มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและตอบสนองความต้องการของประชาชน
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมโยธาธิการและผังเมือง ครบรอบ 24 ปี โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาวอังศนา ลุยจันทร์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และประธานชมรมแม่บ้านกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมงาน ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6
ภายในงานมีพิธีบวงสรวงศาลพระภูมิทั้งกรมฯ พระราม 9 และพระรามที่ 6 สักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประกอบพิธีสงฆ์ และให้การต้อนรับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “สถาปนิกหลวง ช่างของแผ่นดิน ผังเมืองของประชาชน” มาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ได้ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 4 ภารกิจ ได้แก่ การผังเมือง การพัฒนาเมือง การควบคุมอาคาร และการบริการด้านช่าง
การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับมาตรฐาน และตอบสนองความต้องการของประชาชนให้รวดเร็วและตรงจุด พร้อมยกระดับคุณภาพพื้นที่ เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ผังเมืองใช้ดิจิทัล–AI วางทิศทางพื้นที่
สำหรับภารกิจด้านการผังเมือง กรมฯ มุ่งวางรากฐานและกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ ผ่านผังนโยบายระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด ตลอดจนกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินผ่านผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ฐานข้อมูลด้านผังเมือง และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการวางแผนและการตัดสินใจให้มีความแม่นยำและรวดเร็ว สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ด้านการพัฒนาเมือง เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โครงการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน และเขื่อนป้องกันตลิ่ง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม “เมืองซับน้ำ” (Sponge City) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือปัญหาน้ำท่วมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ด้านการควบคุมอาคาร กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของอาคาร เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมพัฒนาระบบและนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจสอบและประเมินอาคาร รวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างอาคารภายหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ ตลอดจนส่งเสริมอาคารเขียวภาครัฐและนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อาคารมีความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ยกระดับบริการช่าง ลดขั้นตอน–ตอบโจทย์ประชาชน
ขณะที่ภารกิจด้านการบริการงานช่าง มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐาน สะดวก และปลอดภัย ทั้งการให้บริการทดสอบวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ การออกแบบอาคารภาครัฐ และการออกแบบบ้านเพื่อประชาชน พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มช่องทางบริการ ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลและบริการของกรมฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนทุกภารกิจต้องมุ่งลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินงานสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้บริการของกรมฯ เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์
“เป้าหมายของกรมฯ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเมืองให้ทันสมัย แต่คือการสร้างเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ รองรับการเปลี่ยนแปลง และตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพ”







