
วิธีสร้าง QR รับเงินแอปฯถุงเงิน ร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เพิ่มเติม
เปิดวิธีสร้าง QR รับเงินผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เพิ่มเติม ร้านค้ายืนยันเข้าร่วมและรับสิทธิได้ตั้งแต่ 1 ต.ค.–30 พ.ย. 2569 ตามเงื่อนไขโครงการ
KEY
POINTS
- ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว ต้องอัปเดตแอปฯ "ถุงเงิน" จากนั้นกดที่แบนเนอร์ "โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)" เพื่อกดยอมรับเงื่อนไข
- สำหรับร้านค้าที่ผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ให้กดที่แบนเนอร์ ‘โครงการฟู้ดเดลิเวอรี’ บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพิ่มเติม กระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิกดยืนยันรับสิทธิบนแอปเป๋าตัง "ไทยช่วยไทยพลัส" เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ภาครัฐจ่าย 60%
-
รับสิทธิใช้จ่าย 1,000 บาทตลอดโครงการ (ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. - 30 พ.ย. 69)
ประชาชนจ่าย 40%
-
ใช้สิทธิรัฐร่วมจ่ายได้สูงสุดวันละ 200 บาท/คน/วัน
วิธีใช้จ่ายไทยช่วยไทยพลัส
-
เริ่มใช้จ่ายผ่านร้านได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 30 พ.ย. 69 เวลา 06:00 - 23:00 น.
-
และใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 30 พ.ย. 69 เวลา 06:00 - 21:00 น.
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้า
สำหรับร้านค้าที่ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสเพื่อรับงานกับผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส จะต้องสร้าง QR รับเงินแอปฯ ถุงเงิน
วิธีสร้าง QR รับเงินแอปฯ ถุงเงิน ร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มีด้วยกัน 5 วิธี
1.ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ระบบ iOS ระบบปฏิบัติการ Android
2.กดที่แบนเนอร์ "โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)" ผ่านแอปฯ ถุงเงิน
3. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลง ของโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 30 พ.ย. 2569
4.รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน
5.ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน
ร้านค้าที่ผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดริเวอรี
1.ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
2. กดที่แบนเนอร์ ‘โครงการฟู้ดเดลิเวอรี’ บนแอปฯ ถุงเงิน
เพื่อยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
3.รับชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มจากประชาชน
4.แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจัดหาไรเดอร์ไปยังร้านค้า
5.ไรเดอร์จัดส่งอาหาร/เครื่องดื่ม
6.ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วม โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้
1.เป็นผู้ประกอบการประเภทใดประเภทหนึ่งดังนี้ แต่ไม่ใช่ผู้ประกอบการให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
- เป็นผู้ประกอบการประเภทใดประเภทหนึ่งดังนี้ แต่ไม่ใช่ผู้ประกอบการให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
-
ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
-
ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2547 หรือ
-
ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ (1) ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ (2) ต้องไม่เป็น การประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้า ที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถ จำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด และ (3) ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล ดังนี้
-
ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
-
ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
3.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ รถร่วมบริการ ที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วย รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ
4.เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
5.ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส และ (7) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
-
ประเภทสินค้าและบริการ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ
-
โดยไม่รวมถึงสินค้า สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ไม่เปิดรับสมัครร้านค้ารายใหม่เข้าร่วมโครงการ อย่างไรก็ดี ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังคงต้องดำเนินการ ดังนี้
1.การยืนยันสิทธิ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)สามารถกดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
2.วิธีการรับชำระเงิน รับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งภาครัฐจะโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสำหรับกรณีโอนเงินไม่สำเร็จ จะดำเนินการติดตามเพื่อโอนเงิน (Retry) ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) เป็นรายสัปดาห์ทุกวันศุกร์ จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2569 โดยเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว รัฐจะไม่โอนเงินให้แก่ร้านค้าหรือผู้ให้บริการ และถือว่าผู้ประกอบการ ไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังโดย สศค. กำหนด.
อ้างอิง:







