
"อธิการรามคำแหง" คาดเสียหายเกิน 200 ล้าน ยันวิกฤตน้ำท่วมหนักรอบหลายสิบปี
'วุฒิศักดิ์' รักษาการอธิการบดีฯ เผย "มหาวิทยาลัยรามคำแหง" น้ำท่วมหนักสุดในรอบหลายสิบปี ระบบสาธารณูปโภคพังเสียหาย ต้องสั่งปิดพื้นที่-ตัดไฟ คาดความเสียหายเบื้องต้นอาจทะลุ 200 ล้านบาท ลุ้น น้ำเหนือไม่มาสมทบ หวังเปิดสอบตามกำหนดเดิม 14 ต.ค. นี้
KEY
POINTS
- อธิการบดี ม.รามคำแหง ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงและหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี หนักกว่าน้ำท่วมใหญ่ในปี 2526 และ 2554
- ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นคาดว่าอาจสูงเกิน 200 ล้านบาท เนื่องจากทรัพย์สินและระบบสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างหนัก
- มหาวิทยาลัยต้องสั่งปิดพื้นที่และตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนและนักศึกษาโดยรอบ แต่คาดว่าจะสามารถจัดสอบได้ตามกำหนดเดิมหากสถานการณ์ไม่เลวร้ายลง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและความเสียหายภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้มีความรุนแรงและหนักที่สุด หากเปรียบเทียบกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในอดีต เช่น ปี พ.ศ.2526 หรือ ปี พ.ศ.2554 ยังไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ที่มีระดับน้ำสูงถึงคอ ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรเข้ามาได้ รถเก๋งจมน้ำสูงถึงหลังคา
ส่วนรถตู้ระดับน้ำท่วมเกือบมิดคัน ทำให้ระบบภายในและสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างหนักทางมหาวิทยาลัยต้องสั่งปิดพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดภายในพื้นที่ ส่งผลให้ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์จากภายในพื้นที่ได้ นอกจากนี้นักศึกษาบางส่วนที่พักอาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่มหาวิทยาลัยก็ประสบปัญหาน้ำท่วมและไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นเดียวกัน
"มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ผลกระทบจากน้ำท่วมขังมาแล้วประมาณ 5 วันโดยทาง กทม.ได้เร่งระบายน้ำและขอความร่วมมือไม่ให้มหาวิทยาลัยปล่อยน้ำออกนอกพื้นที่แต่ปริมาณน้ำภายในมหาวิทยาลัยมีมากเกินกว่าจะรับไหว จำเป็นต้องหาทางบริหารจัดการเร่งด่วน ขณะเดียวกันผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้มีการประสานงานกับรัฐบาลเพื่อรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจัดสอบตามปฏิทินการศึกษาเดิมได้ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ หากไม่มีน้ำเหนือไหลเข้ามาสมทบเพิ่มจนสถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก" ผศ.วุฒิศักดิ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ระบุ
ส่วนความเสียหายและการเยียวยานั้น ผศ.วุฒิศักดิ์ ระบุว่า ต้องรอให้น้ำลดและทำให้พื้นที่กายภาพของมหาวิทยาลัยให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติก่อนจึงจะประเมินรายละเอียดที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 200 ล้านบาท หรืออาจมากกว่านั้น เนื่องจากทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังคงจมอยู่ใต้น้ำและยังไม่สามารถเข้าสำรวจความเสียหายทั้งหมดได้
ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่บริเวณรอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) และแยกลำสาลี เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและแอ่งกระทะซึ่งมักประสบปัญหาน้ำท่วมขังและระบายช้าเมื่อมีฝนตกหนัก ขณะที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีจำนวนนักศึกษารวมมากกว่า 370,000 คน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถคงประเด็นที่กทม.ไม่ได้เชื่อมท่อระบายน้ำ ทำให้รามคำแหงต้องรับน้ำเต็มๆ อธิการบดีฯปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว







