
“ชัชชาติ” เร่งพร่องน้ำฝั่งตะวันออก ดึงน้ำพ้นชุมชน ดูแล 7 แสนคน
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชี้ฝนเบาลง เร่งพร่องน้ำฝั่งตะวันออก–ดึงน้ำออกจากชุมชน ดูแลผู้ประสบภัย-ผู้ป่วยติดเตียงเต็มกำลัง ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน 700,000 คน
KEY
POINTS
- กทม. เร่งระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี ด้วยการลดระดับน้ำในคลองสายหลักเพื่อดึงน้ำท่วมขังออกจากถนนและชุมชน
- ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 700,000 คน ผ่านการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ พร้อมเปิดช่องทางขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1555
- ดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งได้อพยพไปยังโรงพยาบาลแล้วกว่า 1,500 คน และมีทีมแพทย์ฉุกเฉินพร้อมช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669
(28 ก.ย. 69) เวลา 08.00 น. ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร
เร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ภารกิจสำคัญคือเร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก เพื่อให้สามารถดึงน้ำจากถนนและชุมชนออกมาได้เร็วขึ้น โดยหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองสายหลักบางแห่งยังมีระดับน้ำสูง เนื่องจากต้องรองรับน้ำจากพื้นที่กว้าง รวมถึงน้ำจากพื้นที่ต่อเนื่องด้านนอกกรุงเทพฯ จึงต้องเดินเครื่องสูบน้ำและบริหารประตูระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง
“วันนี้ต้องพยายามเอาน้ำลงให้ได้มากที่สุด เมื่อน้ำในคลองลดลง ก็จะสามารถดึงน้ำจากด้านนอก จากถนน และจากชุมชนเข้ามาระบายได้มากขึ้น บางพื้นที่อาจลดช้าหน่อย เพราะต้องเป็นไปตามลำดับ เริ่มจากลดระดับน้ำในคลอง จากนั้นน้ำบนถนนจึงจะลด และจึงทยอยดึงน้ำออกจากชุมชนต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง กทม. ยังคงเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางการระบาย ขณะที่คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์จะเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ โดยมีการใช้เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์สนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดระดับน้ำให้เร็วที่สุด
ประชาชนได้รับผลกระทบ329,000 ครัวเรือน 700,000 คน
ด้านการเดินทาง หลายเส้นทางเริ่มดีขึ้น โดยถนนเพชรบุรีบางช่วงสามารถทยอยเปิดการสัญจรได้ ส่วนถนนวิภาวดีรังสิตสามารถเดินทางได้มากขึ้น แต่ยังมีบางจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดย กทม. ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง
ด้านนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการฯ ระบุว่า ตั้งแต่เริ่มสถานการณ์มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งระดับน้อยและมากประมาณ 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน โดยพื้นที่ที่มีน้ำท่วมลึกและมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้แก่ เขตลาดกระบังประมาณ 30,000–40,000 คน เขตบางกะปิประมาณ 20,000 คน และเขตคันนายาวประมาณ 30,000–40,000 คน ขณะที่เขตสะพานสูง สวนหลวง และหลักสี่ยังมีประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและชุมชนริมคลองได้รับผลกระทบ โดยหลักสี่มีประมาณ 10,000 คน ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว คือการดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนที่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้
ปัจจุบัน กทม. ได้นำผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ต้องได้รับการดูแลออกจากพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครแล้วประมาณ 1,500 คน พร้อมจัดทีมติดตามข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ควบคู่กับช่องทางรับแจ้งเหตุ โดยกรณีที่พบประชาชนร้องขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพิกัดและประสานทีมเข้าให้ความช่วยเหลือทันที ประชาชนที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยติดเตียงสามารถติดต่อสายด่วน 1669 เพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือแจ้งขอความช่วยเหลือทั่วไปผ่านสายด่วน 1555 ของกรุงเทพมหานคร
สำหรับประชาชนและภาคเอกชนที่ประสงค์จะร่วมสนับสนุนผู้ประสบภัย ขณะนี้ กทม. ยังมีความต้องการถุงยังชีพ อาหารพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม รถยกสูง เรือท้องแบนขนาดเล็กที่สามารถเข้าตามตรอกซอกซอย และรถครัวสนาม โดยสามารถประสานเข้ามาเพื่อจัดสรรสิ่งของและอุปกรณ์ไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการเร่งด่วนได้ที่ โทร. 02 248 5115 หรือสายด่วน 1555
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวเสริมว่า บ่ายวันนี้ กทม. จะร่วมกับหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำแนวทางและขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือและการเยียวยาให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ง่ายที่สุด พร้อมประชาสัมพันธ์รายละเอียดให้ทราบต่อไป
“วันนี้ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งการสูบและผลักดันน้ำ การแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้าง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นระดับน้ำในคลองลดลงต่อเนื่อง และเมื่อน้ำในคลองลด จะสามารถทยอยระบายน้ำจากถนนและชุมชนออกได้ตามลำดับ ตอนนี้เราเข้าสู่โหมดดูแลพี่น้องประชาชนและเร่งระบายน้ำเต็มที่ หากมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ แจ้งเข้ามาได้ เจ้าหน้าที่จะเร่งเข้าไปดูแลให้เร็วที่สุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว






