
กทม. เร่งสูบน้ำเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย หลังคลองแสนแสบลดระดับ กดดันลงเจ้าพระยา
กทม. เร่งสูบน้ำเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย หลังคลองแสนแสบลดระดับ พร้อมระบายน้ำลงเจ้าพระยา เดินหน้าดูแลชุมชนต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- กทม. ใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เร่งระบายน้ำท่วมขังบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย ซึ่งเป็นพื้นที่แอ่งต่ำ หลังจากระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลง
- การลดระดับน้ำในคลองแสนแสบทำได้โดยการระดมเครื่องสูบน้ำและเปิดอุโมงค์ระบายน้ำเต็มกำลัง เพื่อผลักดันน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
- ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เพื่อให้การลดระดับน้ำในคลองสายหลักช่วยดึงน้ำท่วมขังจากพื้นที่โดยรอบลงสู่คลองได้เร็วขึ้น
วันที่27 ก.ย. 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง
เร่งสูบน้ำจากจุดแอ่งต่ำ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า น้ำที่ท่วมบริเวณเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย ส่วนหนึ่งมาจากน้ำในคลองแสนแสบที่เอ่อเข้าพื้นที่ ประกอบกับบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่แอ่งต่ำลอดใต้ทางด่วน เมื่อระดับน้ำในคลองลดลง น้ำที่ค้างอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถไหลกลับเองได้ กทม. จึงนำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) มาสูบน้ำจากท่อระบายน้ำที่เชื่อมกับแก้มลิงภายในสวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ เพื่อดึงน้ำจากถนนและพื้นที่โดยรอบลงสู่คลองแสนแสบ
ด้าน รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวเสริมว่า เส้นทางจากอโศกเข้ามาเริ่มแห้งแล้ว และกำลังทยอยไล่สูบน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่เสนานิคมนั้น ตั้งแต่ช่วงถนนพหลโยธินเข้าเสนานิคมยังคงมีน้ำท่วมขังหนัก เนื่องจากระดับน้ำในคลองลาดพร้าวสูงมาก จึงต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองลาดพร้าวลงให้ได้ก่อน ทั้งนี้ กทม. ได้ผันน้ำแสนแสบบางส่วนเข้าคลองสามเสน ซึ่งมีอุโมงค์ช่วยเร่งระบาย และเตรียมนำเรือมาช่วยดันน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อเร่งการระบายน้ำอีกทางหนึ่ง
เร่งระบาย 4 คลองหลัก เดินเครื่องอุโมงค์เต็มกำลัง
ขณะนี้ต้องเร่งระบายน้ำใน 4 คลองสายหลัก ได้แก่ คลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองเปรมประชากร โดยระดมเครื่องสูบน้ำทำงานเต็มกำลัง เพื่อเร่งลดระดับน้ำในคลองและเปิดทางให้พื้นที่โดยรอบระบายน้ำได้
ในการนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พร้อมคณะ ลงเรือตรวจติดตามการระบายน้ำในคลองแสนแสบ และตรวจการทำงานของอาคารรับน้ำอุโมงค์ระบายน้ำแสนเลิศ ซึ่งรับน้ำจากบึงมักกะสัน คลองแสนแสบ และคลองไผ่สิงห์โต ก่อนระบายผ่านอุโมงค์ใต้ดินลึกประมาณ 30 เมตร ไปยังคลองช่องนนทรี ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูรับน้ำเต็มระบบ และเดินเครื่องสูบน้ำปลายทางเต็มกำลังทั้ง 5 เครื่อง พร้อมเร่งเก็บขยะบริเวณหน้าตะแกรงอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นย้ำว่า คลองแสนแสบยังมีน้ำในทุ่ง (Side Flow) จากพื้นที่มีนบุรีและหนองจอกไหลเติมตลอดเวลา จึงต้องเร่งดึงน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดระดับน้ำคลองแสนแสบและเร่งดึงน้ำท่วมขังจากย่านรามคำแหงและบางกะปิลงสู่คลอง
เฝ้าระวังชุมชนร่มเกล้า-คลองจั่น พร้อมจัดศูนย์พักพิงรองรับ
สำหรับพื้นที่ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ลาดกระบัง ชุมชนร่มเกล้า รวมถึงพื้นที่คลองจั่น ซึ่งมีประชาชนและที่พักอาศัยจำนวนมาก โดยน้ำบนถนนคาดว่าจะสามารถระบายได้เร็วกว่าน้ำในชุมชน เนื่องจากน้ำในชุมชนอยู่ในพื้นที่ด้านในและต้องทยอยระบายออก จึงอาจใช้เวลาหลายวัน บางพื้นที่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ประชาชนที่ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ที่บ้านได้ สามารถเข้าพักในศูนย์พักพิงที่ กทม. จัดเตรียมไว้
กทม. เร่งระบายน้ำเต็มกำลัง
“กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ทั้งการลดระดับคลองสายหลัก การสูบน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และการดูแลประชาชนในชุมชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
เปิดรับบริจาคน้ำดื่ม-วัตถุดิบทำอาหาร รองรับประชาชนกว่า 2 หมื่นคน
กทม. เปิดรับบริจาคสิ่งของ ได้แก่ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำปลา อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป วัตถุดิบทำครัวกลาง รวมถึงอาหารสำหรับสุนัขและแมว เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 10,000-20,000 คน โดยนำมาบริจาคได้ที่ 3 จุดหลัก ได้แก่ โรงเรียนวิชูทิศ ถนนประชาสงเคราะห์ ใกล้สำนักงานเขตดินแดง ศูนย์ฝึกอาชีพประเวศ และสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)
“กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ทั้งการลดระดับคลองสายหลัก การสูบน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และการดูแลประชาชนในชุมชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุน้ำท่วมหรือขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน กทม. 1555 หรือ Traffy Fondue ส่วนกรณีผู้ป่วยติดเตียงหรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทร. 1669







