
ฟักทองเชียงใหม่ล้นตลาด ราคาตก 3–5 บาท “นรพล” จี้รัฐเร่งเปิดตลาด
ฟักทองเชียงใหม่ผลผลิตกว่า 1.6 หมื่นตัน ราคาหน้าสวนเหลือ 3–5 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่บางช่วงมีผลผลิตตกค้างกว่า 5,000 ตัน กระทบรายได้เกษตรกร“นรพล ตันติมนตรี” จี้รัฐเร่งทำแผนระบาย เชื่อมตลาดรัฐ–เอกชน พร้อมผลักดันการแปรรูป
KEY
POINTS
- ผลผลิตฟักทองในเชียงใหม่ล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำเหลือเพียง 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรอย่างหนัก
- สส. นรพล ตันติมนตรี เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาตลาดรองรับและจัดทำแผนระบายผลผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
- เสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวโดยส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดผลผลิต
ฟักทองในจังหวัดเชียงใหม่เผชิญปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะที่ราคาหน้าสวนอยู่ในระดับต่ำเพียง 3–5 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกฟักทองจำนวนมาก เช่น อำเภออมก๋อย อำเภอฮอด และพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบปัญหาการระบายผลผลิต
นายนรพล ตันติมนตรี (สส.ต้น) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ระบุถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมรับซื้อฟักทองจากเกษตรกรจำนวน 2 ตัน หรือ 2,000 กิโลกรัม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ข้าราชการและบุคลากรภายในรัฐสภา เพื่อช่วยระบายผลผลิตและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกร
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่เพาะปลูกฟักทองราว 4,030 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 16,252 ตัน และในบางช่วงมีผลผลิตตกค้างกว่า 5,000 ตัน สะท้อนปัญหาการกระจุกตัวของผลผลิตและช่องทางการตลาดที่ยังไม่เพียงพอรองรับปริมาณที่ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ปัญหาดังกล่าวยิ่งกระทบต่อเกษตรกรเมื่อราคาผลผลิตลดลง โดยหากราคาขายเหลือเพียง 2 บาทต่อกิโลกรัม และมีผลผลิตเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ เกษตรกรจะมีรายได้เพียง 4,000 บาทต่อไร่
ขณะที่ต้นทุนหลักในการไถเตรียมพื้นที่ ปุ๋ย ยาป้องกันศัตรูพืช และแรงงานอยู่ที่ประมาณ 3,850–5,950 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรแทบไม่เหลือกำไร และบางรายอาจขาดทุน โดยตัวเลขต้นทุนดังกล่าวยังไม่รวมค่าเมล็ดพันธุ์ วัสดุการเกษตร น้ำมัน และค่าขนส่ง
ฟักทองล้น ผลผลิตกว่า 1.6 หมื่นตัน ราคาต่ำกดรายได้
นายนรพลมองว่า การช่วยเหลือไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรับซื้อเป็นครั้งคราว แต่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งจัดทำ แผนระบายฟักทองอย่างเป็นระบบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงเกษตรกรกับตลาดทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น หน่วยงานรัฐ เอกชน ตลาดส่ง ห้างค้าปลีก โรงแรม ร้านอาหาร และโรงงานแปรรูปอาหาร ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์การจัดซื้อของแต่ละหน่วยงาน
พร้อมกันนี้ควรส่งเสริมการแปรรูปฟักทอง เช่น ฟักทองหั่นพร้อมปรุง ฟักทองแช่แข็ง ฟักทองบดหรือเพียวเร่ และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกัน
จี้รัฐเชื่อมตลาด–แปรรูป ดัน “ตลาดนำการผลิต”
นายนรพลระบุว่า สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่ระบบ “ตลาดนำการผลิต” เพื่อให้ทราบว่าตลาดต้องการผลผลิตปริมาณเท่าใดและในช่วงเวลาใด ก่อนให้เกษตรกรวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ
เป้าหมายคือการสร้างระบบที่เกษตรกรมีตลาดรองรับ สามารถจำหน่ายผลผลิตได้และมีรายได้เหลือเป็นกำไร โดยการรับซื้อฟักทองครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการช่วยซื้อ ช่วยกระจาย ช่วยแปรรูป และช่วยสร้างตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรมและมีรายได้อย่างยั่งยืน







