
เตือน 4 จว.อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง
ปภ.แจ้ง 4 จังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง หลังกรมชลฯเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
KEY
POINTS
- ปภ. แจ้งเตือน 4 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
- คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.70–1.70 เมตร เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นในอัตรา 1,500–2,000 ลบ.ม./วินาที
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมเครื่องจักรกลและกำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และเตือนให้ผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
24 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน 4 จังหวัดประกอบด้วยพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
- จังหวัดอ่างทอง ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง
- จังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี และพรหมบุรี
- จังหวัดชัยนาท ได้แก่ อำเภอสรรพยา
นอกจากพื่นที่เสี่ยงใน 4 จังหวัดแล้ว ปภ.ยังได้ประสานกรุงเทพมหานครให้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำ และประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ รวมถึงสั่งการศูนย์ ปภ. เขต เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทาน ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1–9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบประมาณ 300–400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,100–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70–1.70 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
สั่งการปภ.ในพื้นที่ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ใกล้ชิด
ทั้งนี้ปภ.ได้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและลดผลกระทบต่อประชาชน จึงได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท จัดประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) เพื่อติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง
หากประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดภัยหรือสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้จัดเจ้าหน้าที่และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเครื่องจักรกลและรถปฏิบัติการเข้าปฏิบัติงาน ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด โดยประสานการปฏิบัติกับสำนักงาน ปภ. จังหวัด รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว หากทรัพยากรไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ ปภ. เขตใกล้เคียง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัย







