
สทนช. เตือนระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาพุ่ง 2,000 ลบ.ม. จ่อท่วม 4 จังหวัด
สทนช. ถกรับสถานการณ์ฝนตกหนักช่วง 23 – 27 ก.ย. นี้ คาดเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำสูงสุด 2,000 ลบ.ม. มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 9 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ขอให้ทุกหน่วยระดมสรรพกำลังวางแผนเร่งระบายน้ำเหนือ
KEY
POINTS
- สทนช. คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. 69 ส่งผลให้มีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา
- กรมชลประทานมีแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,500 – 2,000 ลบ.ม./วินาที
- การระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 0.70 – 1.70 เมตร
- แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา
23 กันยายน 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพื่อประเมินวิเคราะห์และร่วมกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำก่อนไหลลงสู่อ่าวไทย
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ประเมินว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย
ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
จากการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่าในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำ 1,802 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม/วินาที) โดย กรมชลประทาน ได้เสนอแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 – 2000 ลบ.ม/วินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.70 – 1.70 เมตร
รวมถึงเสนอแผนการผันน้ำออกทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกไปพร้อมกัน โดยการระบายน้ำที่อัตรานี้จะส่งผลกระทบให้มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 9 อำเภอ ใน 4 จังหวัด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่อำเภอเสนา ตำบลเจ้าเจ็ด ตำบลเจ้าเสด็จ ตำบลบ้านแถว, อำเภอบางบาล ตำบลไทรน้อย ตำบลวัดยม ตำบลสะพานไทย ตำบลพระขาว, อำเภอบางไทร ตำบลช้างใหญ่ และอำเภอบางปะอิน ตำบลคลองจิก
- จังหวัดอ่างทอง ในพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ตำบลตลาดกรวด ตำบลบ้านแห ตำบลจำปาหล่อ, อำเภอไชโย ตำบลไชโย ตำบลไชยภูมิ ตำบลหลักฟ้า ตำบลราชสถิตย์ ตำบลจระเข้ร้อง ตำบลเทวราช ตำบลชัยฤทธิ์
- จังหวัดสิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี ตำบลชีน้ำร้าย ตำบลทับยา และอำเภอพรหมบุรี ตำบลพระงาม
- ตลอดจนจังหวัดชัยนาท ในพื้นที่อำเภอสรรพยา ตำบลโพนางดำตก ซึ่งกรมชลประทาน ได้มีประกาศแจ้งเตือนจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรับผลกระทบด้วยแล้ว
นายชยันต์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมการรองรับสถานการณ์อย่างเต็มที่ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการลดระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับต่ำสุดรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคูคลองต่าง ๆ
การวางแผนพร่องน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำมากอยู่แล้วโดยไม่ให้กระทบพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่ด้านท้ายเขื่อน การระดมเครื่องจักรเครื่องมือผลักดันน้ำให้ลงสู่อ่าวไทยโดยเร็ว จัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ เช่น การสูบระบายน้ำ การผลักดันน้ำ รวมถึงแผนการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ได้รับผลกระทบให้กลับเป็นปกติโดยเร็วที่สุด







