thansettakij
thansettakij
ชู ปายโมเดล ต้านกัญชา สานพลัง สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ชู ปายโมเดล ต้านกัญชา สานพลัง สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

21 ก.ย. 69 | 08:45 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ย. 69 | 08:46 น.

ปายร่วมกับเครือข่ายเยาวชน จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ MIND CARE SAFE เติมพลังครู ดูแลใจนักเรียน สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและป้องกันปัญหายาเสพติด กัญชา

KEY

POINTS

  • อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ใช้ "ปายโมเดล" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาล โรงเรียน และเครือข่ายเยาวชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนห่างไกลจากกัญชาและยาเสพติด
  • มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "MIND CARE SAFE" เพื่อพัฒนาทักษะครูในการดูแลสุขภาพจิต คัดกรองนักเรียน และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา
  • นอกจากการอบรมครู ยังมีมาตรการจัดระเบียบสังคมควบคู่กันไป เช่น การตรวจร้านค้ากัญชา การกำหนดเขตปลอดกัญชาในที่สาธารณะ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

การขับเคลื่อนงานดูแลสุขภาวะทางปัญญาและจิตใจของเยาวชนในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก้าวสู่บทบาทใหม่ด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และเครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะครูในการคัดกรอง สังเกตสัญญาณเตือน และเยียวยาสุขภาพจิตวัยรุ่น พร้อมเดินหน้ามาตรการจัดระเบียบบริบทสังคมโดยรอบ

3 เสาหลักจัดอบรมเชิงปฏิบัติการดูแลจิตใจเยาวชน

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "MIND CARE SAFE : เติมพลังครู ดูแลใจนักเรียน" จัดขึ้น ณ โรงเรียนปายวิทยาคาร อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลปาย, โรงเรียนปายวิทยาคาร และเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "MIND CARE SAFE : เติมพลังครู ดูแลใจนักเรียน"

มีวัตถุประสงค์หลักในการยกระดับและพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพจิตของวัยรุ่น สามารถสังเกตสัญญาณเตือนด้านพฤติกรรม และร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด การใช้กัญชา รวมถึงการกลั่นแกล้งกันในสถานศึกษา

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีครูและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนปายวิทยาคาร และบุคลากรในสังกัดเทศบาลตำบลปาย ชุมชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด รวมพลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และองค์กรเยาวชน เพื่อสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่อย่างครอบคลุม

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ MIND CARE SAFE

กลไก 3 กระบวนการหลัก MIND CARE SAFE

ดร.อรรคเดช ตาปราบ นายกเทศมนตรีตำบลปาย เปิดเผยว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลปาย ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการนี้ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยการจัดอบรมมุ่งเน้นการขับเคลื่อนผ่าน 3 กระบวนการสำคัญ ได้แก่

1.MIND : การเน้นดูแลสุขภาพจิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)

2.CARE : การฝึกฝนทักษะการรับฟังและการสื่อสารเชิงบวก เพื่อให้ครูสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.SAFE : การร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในสถานศึกษา เพื่อยุติและป้องกันปัญหาการบูลลี่หรือการกลั่นแกล้งกัน

กระบวนการทั้ง 3 ส่วนนี้จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้แก่เด็กและเยาวชน มีทักษะชีวิตในการบริหารจัดการความเครียด และตระหนักถึงภัยจากยาเสพติด ทั้งนี้ เทศบาลตำบลปายยังคงกำหนดทิศทางในการสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพของคนทุกกลุ่มวัย เพื่อมุ่งพัฒนาเมืองปายให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี ปลอดอบายมุข และมีความพร้อมสำหรับการรองรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน

ยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ด้านนางสาวหัสดาภรณ์ พรหมคำติ๊บ รองผู้อำนวยการโรงเรียนปายวิทยาคาร กล่าวว่าว ความสำคัญของการจัดโครงการว่า โรงเรียนปายวิทยาคารให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เรียนอย่างรอบด้าน เนื่องจากสภาวะปัจจุบันเยาวชนต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลากหลายมิติ ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในระบบการเฝ้าระวังที่จะสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงและยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที

การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างทักษะการคัดกรองนักเรียน การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน งานครูที่ปรึกษา ตลอดจนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อปรับเปลี่ยนให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่แห่งความไว้วางใจและความปลอดภัยทางใจสำหรับผู้เรียนทุกคน

ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนปายวิทยาคาร

มาตรการจัดระเบียบกัญชาในพื้นที่

นายกังวาล ครองยุติ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลปาย ในฐานะเลขานุการกองทุนหลักประกันสุขภาพพื้นที่เทศบาลตำบลปาย ได้วิเคราะห์ถึงผลประโยชน์ที่เยาวชนจะได้รับจากโครงการนี้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่:

  • การมีภูมิคุ้มกันใจและห่างไกลยาเสพติด : เยาวชนได้รับการฝึกทักษะการรับมือกับสภาวะกดดันและความเครียด การเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสและความเสี่ยงในการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือกัญชา
  • การเรียนรู้อย่างมีความสุขในห้องเรียนปลอดภัย : บรรยากาศภายในสถานศึกษาและห้องเรียนมีความเป็นมิตรและอบอุ่น จากการที่ครูเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และสามารถตั้งสติจัดการอารมณ์ตนเองได้ดี
  • การได้รับการช่วยเหลือตรงจุดโดยไม่โดนตีตรา : เด็กได้รับการรับฟังด้วยความเข้าใจ (Empathy) และมีระบบดูแลช่วยเหลือที่มีมาตรฐานและเป็นมืออาชีพ

นอกจากประเด็นด้านการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจแล้ว นายกังวาล ยังได้ระบุถึงมาตรการทางกฎหมายและสังคมในการควบคุมป้องกันกัญชาในพื้นที่เทศบาลตำบลปาย ซึ่งประกอบด้วยหลายมาตรการคู่ขนาน ได้แก่ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจร้านค้ากัญชาและบริเวณถนนคนเดินปาย, การออกประกาศ "กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ พ.ศ. 2567" เพื่อควบคุมการสูบกัญชาในที่สาธารณะ

การประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการหมู่บ้านและชมรมผู้ประกอบการถนนคนเดินปายให้ช่วยสอดส่องดูแลพร้อมติดป้ายแสดงเขตปลอดกัญชา บุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์ผ่านเครือข่ายเยาวชนลูกปูปาย และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปรับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง

ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนปายวิทยาคาร

ชู "ปายโมเดล ต้านกัญชา" ต้นแบบการบูรณาการ

ด้านนายยศกร ขุนภักดี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด ได้ประเมินผลสำเร็จของการทำงานในพื้นที่อำเภอปาย โดยชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือของ 3 เสาหลัก ได้แก่ เทศบาล ชุมชน และโรงเรียน ที่ได้ร่วมกันบังคับใช้กฎหมายและจัดระเบียบร้านกัญชาในพื้นที่อย่างจริงจัง จนส่งผลให้จำนวนร้านกัญชาและปัญหาที่เกี่ยวข้องลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

การบูรณาการดังกล่าวทำให้เกิดแนวทางการจัดการที่เป็นรูปธรรม จนสามารถยกให้เป็นอำเภอต้นแบบในการจัดการปัญหากัญชาในพื้นที่ หรือที่เรียกว่า “ปายโมเดล ต้านกัญชา” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองท้องถิ่น สถานศึกษา และเยาวชน ที่มีความพร้อมสำหรับให้หน่วยงานหรือพื้นที่อื่นเข้ามาศึกษาดูงานเพื่อนำไปปรับใช้

กระบวนการเรียนรู้ Active Learning ด้วยแนวคิด 5R

สำหรับเนื้อหาและรูปแบบการฝึกอบรม ได้รับเกียรติจาก นางสาวอัชฌา หลิ่วเจริญ (Transformational Learning Facilitator & Mind Coach) อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นวิทยากรบรรยายและนำทำกิจกรรมผ่านกระบวนการ Active Learning โดยใช้แนวคิด 5R เป็นหลักในการดำเนินงาน ประกอบด้วย

1.Recognize : การฝึกตระหนักรู้อารมณ์ของตนเอง และทำความเข้าใจพฤติกรรมของเด็กโดยไม่ใช้การตัดสิน

2.Regulate : การฝึกตั้งสติและบริหารจัดการอารมณ์ตนเองด้วยหลัก Mindfulness และการใช้เทคนิค STOP

3.Reframe : การปรับเปลี่ยนมุมมองด้วยการใช้ Growth Mindset เพื่อมุ่งเน้นการมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเด็ก

4.Resilience : การสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจ การเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวจากภาวะวิกฤต และการตั้งเป้าหมายชีวิต

5.Reset : การฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเข้าใจ การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และการร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย

กิจกรรมในครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานและสร้างวัฒนธรรมแห่งการดูแลภายในสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีพลังใจที่เข้มแข็ง และมีความพร้อมในการส่งต่อการดูแลไปยังจิตใจของนักเรียน เพื่อให้เยาวชนเติบโตได้อย่างปลอดภัยและห่างไกลจากสารเสพติดทุกประเภทอย่างยั่งยืน