
กทม. ตรวจเข้ม 'สมาคมยิว สุขุมวิท 22' จ่อทักท้วงแบบแปลน - ย้ำต่างชาติห้ามตั้งสุสาน
กทม. เร่งตรวจแบบแปลนอาคารสมาคมยิว สุขุมวิท 22 ชี้พบจุดไม่ถูกกม. เตรียมส่งหนังสือทักท้วงให้แก้ไขภายใน 120 วัน พร้อมย้ำการตั้งสุสานและฌาปนสถานต้องยื่นโดยผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น
KEY
POINTS
- กทม. เตรียมออกหนังสือทักท้วงแบบแปลนการดัดแปลงอาคารของสมาคมยิวฯ ในซอยสุขุมวิท 22 เนื่องจากยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- สำนักอนามัย กทม. ชี้แจงว่าตามกฎหมายแล้ว ผู้ที่สามารถขออนุญาตจัดตั้งสุสานได้จะต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น
- ผู้ยื่นขออนุญาตจะต้องแก้ไขแบบแปลนตามข้อทักท้วงภายใน 120 วัน มิฉะนั้นคำขอดัดแปลงอาคารจะถูกยกเลิก
- การตรวจสอบของ กทม. จะเน้นเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานของอาคารตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการตรวจสอบกิจกรรมภายในสมาคม
วันที่ 14 กันยายน 2569 จากกรณีการขออนุญาตก่อสร้างและดัดแปลงอาคารของสมาคมยิวแห่งประเทศไทย ในซอยสุขุมวิท 22 รวมถึงประเด็นการจัดตั้งสุสาน ล่าสุดทางกทม.นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้แทนสำนักการโยธาและสำนักอนามัย ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว โดยเบื้องต้นกทม.เตรียมออกหนังสือทักท้วงแบบแปลนให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมย้ำผู้ยื่นขอตั้งสุสานต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
กทม.เตรียมทำหนังสือทักท้วงแบบแปลนให้แก้ไขภายใน 120 วัน
นาย ชัชชาติ ระบุว่า การจัดตั้งสมาคมเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมการปกครอง ส่วน กทม. รับผิดชอบเฉพาะการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร การเว้นระยะร่น ความปลอดภัย และแบบแปลนอาคาร ตามกฎหมายควบคุมอาคารเท่านั้น
ขณะที่รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการยื่นขออนุญาตของสมาคมยิวฯ ที่ผ่านมา มีการยื่นรวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการขอสร้างอาคาร 6 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง ซึ่งใบอนุญาตหมดอายุและไม่ได้ก่อสร้างแล้ว ครั้งที่ 2 เป็นการยื่นแจ้งการดัดแปลงอาคาร ซึ่งปัจจุบันยกเลิกแล้วและไม่ได้ต่ออายุใบรับแจ้งการก่อสร้าง ส่วนครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นการยื่นแจ้งการดัดแปลงอาคารตามมาตรา 39 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งเมื่อยื่นเอกสารแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ผู้แจ้งสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ทันที โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีเวลาตรวจสอบแบบแปลนและออกข้อทักท้วงภายใน 120 วัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือทักท้วงเกี่ยวกับแบบแปลนที่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร ไปยังผู้ยื่นขอดำเนินการดัดแปลงอาคาร ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด คำขอดัดแปลงอาคารดังกล่าวจะถูกยกเลิกทันที
ทั้งนี้ เอกสารยื่นขออนุญาตระบุวัตถุประสงค์การใช้เป็นอาคารสำนักงานและเพื่อการศาสนา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นอาคารสาธารณะ อาคารชุมนุมคน อาคารพิเศษ หรืออาคารควบคุมการใช้ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ดังนั้น กทม. ต้องตรวจสอบแบบแปลน ทั้งเรื่องระยะเว้น ระยะร่น และมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ของอาคารประเภทนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน จึงจะสามารถเปิดใช้อาคารได้
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวย้ำว่า การตรวจสอบของ กทม. ในชั้นนี้เป็นการตรวจตามประเภทอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการตรวจสอบกิจกรรมภายใน อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตเมื่อเปิดใช้อาคารแล้วมีการดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน กทม. จะใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำกับดูแลต่อไป
การขุดใต้ดิน ถือเป็นเรื่องปกติทางวิศวกรรมอาคารในกทม.
ส่วนกรณีการขุดชั้นใต้ดิน กทม. ชี้แจงว่า เป็นเรื่องปกติทางวิศวกรรมอาคารในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องราคาที่ดินและความสูงของอาคารในซอยแคบ โดยมีวิศวกรออกแบบและควบคุมความปลอดภัยตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ย้ำชัดการขอตั้งสุสานและฌาปนสถาน ต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น
สำนักอนามัย กทม. ได้ชี้แจงประเด็นการจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่า ผู้ขออนุญาตจัดตั้งต้องเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติไม่สามารถยื่นขอจัดตั้งสุสานได้





