
“ประธาน กสทช.” ไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งแรกแจงติดภารกิจ
ประธาน กสทช.ไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งแรก แจ้งติดภารกิจ ที่ประชุมสั่งเลื่อนประชุม ด้าน "ธนพันธุ์" ยัน "หมอสรณ" ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ไม่ได้แล้ว จี้จัดประชุมบอร์ด 6 คน เดินหน้าตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ดเป็นครั้งแรก โดยอ้างว่าติดภารกิจ
- การประชุมต้องถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 8
- กรรมการ กสทช. บางส่วนชี้แจงว่าประธาน กสทช. ต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดแล้ว และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ก.ย. 2569) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้มีการนัดประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (กำหนดการระหว่างวันที่ 2–3 ก.ย.) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม
สำหรับบรรยากาศการประชุมในวันนี้ 3 ก.ย.69 ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรก เนื่องจากติดภารกิจ
ขณะที่ 3 กรรมการ กสทช.
-
พลอากาศโท ธนพันธ์ หร่ายเจริญ
-
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต
-
นายศุภัช ศุภชลาศัย ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. นายสมบัติ ลีลาพตะ นิติกรเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ได้สั่งเลื่อนการประชุม เป็นวันที่ 9 ก.ย.69 ส่งผลให้การประชุมบอร์ด กสทช. "ล่ม" เป็นรอบที่ 8
ต่อจากนั้น พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ชี้แจงว่า ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลชัดเจน ว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยว่า ศาสตราจารย์คลินิก สรณ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ คำวินิจฉัยดังกล่าวย่อมถือเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และทำให้ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามมาตรา 20 วรรคสาม โดยคำสั่งทางปกครองนี้มีผลใช้ยันต่อประธาน กสทช. ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งทันที
กาง 3 เหตุผลทางกฎหมาย ย้ำ "ศาลรับฟ้อง" ไม่ใช่ "สั่งคุ้มครอง"
พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ได้ระบุความเห็นทางกฎหมายเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ มีผลผูกพันตามกฎหมายยันกว่าจะมีคำพิพากษาเพิกถอน การที่ศาลปกครองรับฟ้องไว้พิจารณา ไม่ได้ทำให้คำสั่งทางปกครองนั้นสิ้นผลลงหรือเป็นเหตุให้ไม่ต้องปฏิบัติตาม แต่อย่างใด ยกเว้นเพียงกรณีเดียวคือศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้ทุเลาการบังคับใช้
-
เมื่อศาลปกครองสูงสุดระบุเนื้อหาว่า นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ กฎหมายจึงกำหนดให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ดังนั้น สำนักงาน กสทช. ต้องจัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก
-
นายกรัฐมนตรี ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งแล้ว ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลย้ำชัดว่าคำสั่งรับฟ้องของศาลไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการดังกล่าว กรรมการ กสทช. จึงไม่สามารถกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายได้
"ขอให้สำนักงาน กสทช. จัดการประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน ตามคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ และคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้องค์กรได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายและหลักนิติธรรมตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มิใช่ทำหน้าที่เพื่อคนใดคนหนึ่งหรือบุคคลที่ขาดความชอบธรรมแล้วและไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนทำให้องค์กรเสียหายและหยุดชะงักมาจนถึงทุกวันนี้" พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าว
ชำแหละบริหารงานส่อเอื้อประโยชน์ – เตือนกระทบความเชื่อมั่นการลงทุนประเทศ
พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวสรุปทิ้งท้ายถึงปัญหาการบริหารภายในสำนักงาน กสทช. ที่ผ่านมาว่า นอกจากปัญหาการไม่ยอมรับคำสั่งทางปกครองแล้ว ยังพบพฤติการณ์หลีกเลี่ยงข้อกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะกรณีการแต่งตั้งและต่อสัญญาจ้างรองเลขาธิการ กสทช. (นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และ นายสุทธิศักดิ์ ตันตระโยธิน) ที่ใช้วิธีผลัดกันลงนามให้กันและกันโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด กสทช. แม้จะมีการทักทวงและ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างตรวจสอบก็ตาม แต่ นพ.สรณ กลับไม่เปิดโอกาสให้มีการชี้แจง ซึ่งส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้แก่กัน ทั้ง ประธาน ที่มีปัญหาคุณสมบัติและรักษาการเลขาธิการฯ ที่ต่อสัญญาโดยมิชอบ รวมไปถึงการออกคำสั่งทดลองใช้โครงสร้างสำนักงานฯ และการโยกย้ายพนักงานโดยข้ามหัวบอร์ด กสทช.
"หากองค์กรของรัฐมีผู้บริหารที่ไม่ยอมรับกฎหมายและไม่ยึดหลักนิติธรรม ย่อมส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและการบริหารองค์กรอย่างหนักและที่สำคัญที่สุด หากยังคงปล่อยให้เกิดภาวะที่ไม่ยอมรับกฎหมายโดยที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ประเทศไทยคงไม่มีนักลงทุนรายใดกล้าเข้ามาลงทุนอย่างแน่นอน" พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวตอกย้ำ
ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง เห็นว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญและสอดคล้องกับจุดยืนที่กรรมการบางส่วนถือมาตั้งแต่ได้รับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา โดยมองว่า นอกจากประเด็นสถานะของประธาน กสทช. แล้ว คำสั่งศาลยังมีความสำคัญต่อการกลับมาทำหน้าที่ของกรรมการที่เหลืออยู่ เพื่อไม่ให้ภารกิจขององค์กรหยุดชะงัก
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. ขอให้จัดประชุมโดยเร็วที่สุด พร้อมเสนอให้ประชุมวันที่ 4 ก.ย.69 เวลา 09.30 น. และเชิญกรรมการที่เหลืออยู่ทั้ง 6 คนเข้าร่วม
"ดิฉันก็ทำหนังสือถึงท่านรักษาการเลขาฯ เหมือนกัน ขอให้มีการจัดประชุมโดยเร็วที่สุด ซึ่งจริงๆ ดิฉันก็เสนอไปพรุ่งนี้ เวลา 09.30 น.แล้วก็ให้นัดทั้ง 6 คนที่เหลืออยู่ให้มาประชุมร่วมกันภายในพรุ่งนี้" ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว
นายสมบัติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การประชุมบอร์ด กสทช.ในครั้งนี้ นายต่อพงษ์ เสลานนท์ และ พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช.อีก 2 คน ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ส่วนทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกัยพงศ์ (ลากิจ)
นอกจากนี้ นายสมบัติ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำนักงานฯ เพิ่งได้รับบันทึกข้อเสนอดังกล่าวเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้ สำนักงานฯ จะรับเรื่องไปพิจารณารายละเอียดเพื่อนำเสนอทิศทางและแนวทางการดำเนินการต่อคณะกรรมการ กสทช. ต่อไป ซึ่งหากมีความชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนกำหนดการประชุมคณะกรรมการ กสทช. นั้น เนื่องจากประธาน กสทช. ติดภารกิจในขณะนี้ จึงได้มีกำหนดการนัดหมายประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้.







