
FORTH ชี้ไทยติด Smart Meter ต่ำกว่า 1% แนะ PPPs ดึงเอกชนลงทุนกับรัฐ
FORTH ชูทางออกแผนติดตั้ง Smart Meter ล่าช้า ชี้รัฐมีข้อจำกัดงบประมาณ หนุนดึงเอกชนร่วมทุน PPPs ผุดมิเตอร์อัจฉริยะ 2-3 ล้านลูกใน 3 ปี แลกเอกชนลงทุนก่อน-ผ่อนจ่าย 10 ปี
KEY
POINTS
- ประเทศไทยมีการติดตั้ง Smart Meter ไปแล้วไม่ถึง 1% ของจำนวนมิเตอร์ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอัตราที่ช้ามากแม้จะเริ่มโครงการมาเกือบ 10 ปี
- อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การติดตั้งล่าช้าคือข้อจำกัดด้านงบประมาณของภาครัฐ และการให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านความเสถียรของโครงข่ายไฟฟ้ามากกว่า
- FORTH เสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยให้เอกชนร่วมลงทุนกับภาครัฐในรูปแบบ PPPs เพื่อเร่งการขยายผล โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อน
นายพัทธนันท์ อมตานนท์ รองประธานบริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน KT Dialogue New Horizon Chapter 2: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต ว่า ปัจจุบันมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Smart Grid แล้ว จึงขอเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการในการร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
โดย "ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น" เป็นหนึ่งใน 4 บริษัทในประเทศที่ดำเนินการด้านระบบ AMI (Advanced Metering Infrastructure) ให้กับระบบในประเทศไทยดูแลพื้นที่เขตนครหลวง 2 ราย และในพื้นที่ภูมิภาคอีก 2 ราย ซึ่งระบบ AMI เป็นเพียงส่วนประกอบเล็ก ๆ ของภาพใหญ่ของระบบ Smart Grid โดยความท้าทายในส่วนของ AMI ถือว่าสามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าปัญหาด้านความมั่นคงและความเสถียรของระบบสายส่ง (Grid Stabilization)
การพัฒนาระบบ AMI ในประเทศไทย
ในภาคประชาชนอาจมีข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงไม่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ครบทุกหลังคาเรือน แต่ในมุมของระบบโครงข่าย หากดำเนินการเช่นนั้นโดยไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเพียงพอเพื่อรองรับ ระบบกริดอาจเกิดปัญหาจนล่มหรือได้รับความเสียหายได้
นายพัทธนันท์ กล่าวว่า ความท้าทายที่พบเมื่อเริ่มพัฒนาระบบ AMI ในประเทศไทยเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน คือการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยมีการติดตั้งมาก่อน ทำให้ในช่วงดังกล่าวจำเป็นต้องจ้างและใช้เทคโนโลยีจากบริษัทต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งจากฝั่งตะวันตกและยุโรป
ปัญหาสำคัญในช่วงเริ่มต้นยังอยู่ที่แนวคิดเกี่ยวกับโครงสร้างราคาไฟฟ้าที่แตกต่างกัน โดยต่างประเทศใช้ระบบ Dynamic Tariff ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนอัตราตามช่วงเวลา ขณะที่ประเทศไทยใช้ระบบ Stepping Tariff หรืออัตราแบบขั้นบันได จึงทำให้เกิดความแตกต่างในการพัฒนาระบบ
"ปัจจุบันฟอร์ทและผู้ประกอบการรายอื่น ๆ มีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น สามารถพัฒนาและติดตั้งระบบ AMI รวมถึงพัฒนาระบบสื่อสารและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ โดยมีการนำ AI เข้ามาช่วยได้เองภายในประเทศ ส่งผลให้สามารถลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศลงได้มาก"
สำหรับอุปสรรคอีกประการหนึ่ง คือความเร็วในการขยายผล โดยแม้ประเทศไทยจะเริ่มดำเนินโครงการ AMI ที่พัทยามาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันมีการติดตั้ง Smart Meter ในประเทศไทยไปแล้วไม่ถึง 300,000 ลูก จำนวนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนมิเตอร์ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 30 ล้านลูก ถือว่าเป็นอัตราการขยายตัวที่ค่อนข้างช้า
นายพัทธนันท์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และทางการไฟฟ้าอาจให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบความเสถียรของกริดมากกว่าการลงทุนใน Smart Meter ในช่วงที่จำนวนผู้ติดตั้ง Solar Roof ยังมีไม่มาก
แต่ปัจจุบันเริ่มมีตัวเร่ง (Catalyst) เข้ามาสนับสนุน เช่น นโยบายโซลาร์ 1 ล้านหลัง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคออกแผนติดตั้ง Smart Meter เพิ่มขึ้นเป็น 2-3 ล้านลูก ภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า
ดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบ PPPs
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยในด้านงบประมาณ คือการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบ PPPs (Public-Private Partnership) โดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อน และมีการจ่ายคืนเป็นงวดตลอดระยะเวลา 10 ปี ขณะที่ภาคเอกชนจะต้องรับประกันระดับการให้บริการ (SLA) ในการส่งข้อมูลให้มีความถูกต้องและมีเสถียรภาพไม่ต่ำกว่า 99%
นายพัทธนันท์ กล่าวว่า แม้ระบบ AMI จะเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยของระบบ Smart Grid แต่หากไม่มีระบบดังกล่าว ก็จะไม่สามารถติดตั้ง Solar Roof หรือนำข้อมูลมาใช้ในการประเมินและวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ระบบ AMI จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากในมุมมองของผู้ให้บริการระบบมิเตอร์







