
เจาะเส้นทางชีวิต ‘ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ เตรียมโบกมือลาปลัด สปน.
เปิดเส้นทาง 37 ปีของ ‘นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ จากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม สู่ ปลัดสำนักนายกฯ ก่อนเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย. 69
KEY
POINTS
- นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) คนปัจจุบัน เตรียมเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 หลังจากรับราชการมานานกว่า 37 ปี
- เส้นทางอาชีพของนางยุพาเริ่มต้นจากการเป็น "ลูกหม้อ" ของกระทรวงวัฒนธรรม และได้เติบโตผ่านตำแหน่งบริหารระดับสูงในหลายยุครัฐบาลก่อนจะย้ายมาเป็นปลัด สปน.
- คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อจากนางยุพา
บนเวทีข้าราชการประจำระดับสูงของไทย น้อยคนนักที่จะสามารถยืนหยัดและเติบโตอย่างมั่นคงผ่านพายุความผันผวนทางการเมืองได้เทียบเท่ากับ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)คนปัจจุบัน ผู้ซึ่งกำลังนับถอยหลังเตรียมอำลาชีวิตราชการที่ยาวนานกว่า 37 ปีในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 นี้
ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลพบว่า เส้นทางชีวิตของนางยุพาเติบโตจากข้าราชการชั้นผู้น้อยในอดีตสู่จุดสูงสุดในทำเนียบรัฐบาล เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยผลงานระดับประเทศ การโยกย้ายเชิงยุทธศาสตร์ข้ามกระทรวง ก่อนที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 จะประกาศแต่งตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯสมช. เข้ามารับไม้ต่อในตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนถัดไปอย่างเป็นทางการ
จาก "ลูกหม้อ" กระทรวงวัฒนธรรม สู่ปฐมบท 37 ปีในระบบราชการ
หากย้อนดูปูมหลังของ นางยุพา เกิดวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2508 คือตัวแทนของข้าราชการสายเทคโนแครตที่เติบโตมาจากระบบอย่างแท้จริง หรือที่เรียกกันว่า "ลูกหม้อ" ของกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยฐานการศึกษาที่แน่นหนาตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาเทคนิคการถ่ายภาพและภาพยนตร์ จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ
ปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และต่อยอดความรู้สู่สายบริหารด้วยปริญญาโท MBA และปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปฐมบทชีวิตราชการของนางยุพาเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2530 ภายใต้ร่มเงาของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมศิลปากร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2545 เมื่อเกิดการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร มีการจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นใหม่ เธอจึงได้โอนย้ายมาสังกัดกระทรวงใหม่แห่งนี้ และเริ่มต้นสร้างผลงานจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงในเวลาต่อมา
เจาะไทม์ไลน์ 5 ยุครัฐบาล: เส้นทางการโยกย้ายและผู้กำกับดูแล
ตลอดการทำงานในระดับบริหารระดับสูง เส้นทางของนางยุพาผูกพันและขับเคลื่อนไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของคณะรัฐมนตรีในหลายยุคสมัยอย่างน่าสนใจ
1. ยุคผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม (พ.ศ. 2556 – 2560) นางยุพาเข้าดำรงตำแหน่งนี้ในช่วงรอยต่อของสองรัฐบาล คือรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (คสช.) โดยทำงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงอย่าง นายสนธยา คุณปลื้ม และ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ตามลำดับ
2. ยุคผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ. 2560 – 2561) ยังคงอยู่ในช่วง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (คสช.) มี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
3. ยุครองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ. 2561 – 2563) ได้รับการแต่งตั้งขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ C10 ในช่วงรัฐบาล คสช. คาบเกี่ยวถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ประยุทธ์ 2/1) ทำงานร่วมกับรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ และส่งต่อมายัง นายอิทธิพล คุณปลื้ม (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562)
4. ยุคปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ. 2563 – 2567) ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้สูงสุดของกระทรวง (C11) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ผ่านช่วงรัฐบาลถึง 3 ชุด ได้แก่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ (ประยุทธ์ 2/2) , รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และต้นรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ภายใต้ผู้บังคับบัญชา 3 คน คือ นายอิทธิพล คุณปลื้ม , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
5. ยุคปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2567 – 2569) ในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ครม. มีมติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ให้โอนย้ายนางยุพาข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 และเริ่มดำรงตำแหน่ง 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567) เพื่อทำหน้าที่ประสานงานราชการแผ่นดินในทำเนียบรัฐบาล
ย้อนรอยบัญชีทรัพย์สิน "ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร"
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งนางยุพา และ นายวิรัตน์ ทวีวัฒนะกิจบวร (คู่สมรส) แจ้งมีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้น 57,597,054 บาท และมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 2,703,066 บาท
เจาะลึกทรัพย์สินของ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร (รวม 45,851,868 บาท)
ทรัพย์สินส่วนตัวของนางยุพา คิดเป็นสัดส่วนหลักของครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นรายการดังนี้
- เงินฝาก: จำนวน 8 บัญชี รวมมูลค่า 15,241,352 บาท
- โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง: จำนวน 3 รายการในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 19,697,508 บาท (ถือเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงที่สุดของเธอ)
- เงินลงทุน: มูลค่า 4,617,218 บาท
- ทรัพย์สินอื่น: เช่น สร้อยมุก แหวน กำไล และเครื่องประดับต่างๆ รวมมูลค่า 2,558,325 บาท
- ยานพาหนะ: รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 2,333,500 บาท
- ที่ดิน: จำนวน 1 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ มูลค่า 1,400,000 บาท
- สิทธิและสัมปทาน: มูลค่า 3,965 บาท
สำหรับ หนี้สินส่วนตัว ของนางยุพา มีจำนวน 1,214,028 บาท ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชี 67,871 บาท และเงินกู้จากธนาคารอีก 1,146,157 บาท
ทรัพย์สินของ นายวิรัตน์ ทวีวัฒนะกิจบวร (คู่สมรส) (รวม 11,745,185 บาท)
ในส่วนของคู่สมรส มีรายการทรัพย์สินที่แจ้งไว้ดังนี้
- เงินลงทุน: มูลค่า 7,269,030 บาท (เป็นสัดส่วนการลงทุนที่สูงกว่าของนางยุพา)
- เงินฝาก: จำนวน 3 บัญชี รวมมูลค่า 2,083,818 บาท
- ทรัพย์สินอื่น: เช่น สร้อยคอทองคำ นาฬิกา และแหวนเพชร รวมมูลค่า 1,566,250 บาท
- ยานพาหนะ: รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 811,300 บาท
- สิทธิและสัมปทาน: มูลค่า 14,787 บาท
- มี หนี้สินส่วนตัว จำนวน 1,489,037 บาท ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชี 342,880 บาท และเงินกู้จากธนาคารอีก 1,146,157 บาท
ข้อมูลรายได้และรายจ่ายต่อปี (โดยประมาณ)
ครอบครัวทวีวัฒนะกิจบวรมีรายได้เข้ามาอย่างมั่นคง โดยเฉพาะเงินปันผลที่เป็นขุมพลังหลักของทั้งคู่
นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร
- รายได้ต่อปี: ประมาณ 12,498,483 บาท ซึ่งมาจาก เงินปันผลสูงถึง 10,120,000 บาท, เงินเดือน 2,224,883 บาท และเบี้ยประชุม 153,600 บาท
- รายจ่ายต่อปี: ประมาณ 2,171,478 บาท
นายวิรัตน์ ทวีวัฒนะกิจบวร (คู่สมรส)
- รายได้ต่อปี: ประมาณ 12,455,525 บาท ซึ่งมาจาก เงินปันผล 10,120,000 บาท เท่ากันกับนางยุพา, เงินเดือน 1,684,000 บาท และค่านายหน้าอีก 651,525 บาท
- รายจ่ายต่อปี: ประมาณ 1,325,064 บาท
เปรียบเทียบทรัพย์สินย้อนหลัง (ปี 2565 vs ปี 2568)
หากเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินที่เคยยื่นไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งขณะนั้นแจ้งทรัพย์สินรวมกันไว้ที่ 58,193,542.58 บาท และหนี้สินรวม 4,082,892.91 บาท จะพบว่า ครอบครัวมี ทรัพย์สินลดลง 596,488.58 บาท ขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการลด หนี้สินลงไปได้ถึง 1,379,826.91 บาท
ส่งไม้ต่อสิงห์ความมั่นคง ‘ฉัตรชัย บางชวด’ นั่งเก้าอี้ปลัด สปน. คนใหม่
ฉากทัศน์สุดท้ายบนเส้นทางข้าราชการของปลัดฯ ยุพา กำลังจะปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์พร้อมการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 แต่การเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านอำนาจการบริหารงานในทำเนียบรัฐบาลกลับเริ่มต้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโยกย้าย นายฉัตรชัย บางชวด จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อรับไม้ต่อในการขับเคลื่อนงานประสานงานราชการแผ่นดินและงานบริการประชาชนต่อจากนางยุพาโดยตรง







