thansettakij
thansettakij
เจาะเส้นทางชีวิต ‘ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ เตรียมโบกมือลาปลัด สปน.

เจาะเส้นทางชีวิต ‘ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ เตรียมโบกมือลาปลัด สปน.

25 ส.ค. 69 | 07:34 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ส.ค. 69 | 08:35 น.

เปิดเส้นทาง 37 ปีของ ‘นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร’ จากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม สู่ ปลัดสำนักนายกฯ ก่อนเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย. 69

KEY

POINTS

  • นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) คนปัจจุบัน เตรียมเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 หลังจากรับราชการมานานกว่า 37 ปี
  • เส้นทางอาชีพของนางยุพาเริ่มต้นจากการเป็น "ลูกหม้อ" ของกระทรวงวัฒนธรรม และได้เติบโตผ่านตำแหน่งบริหารระดับสูงในหลายยุครัฐบาลก่อนจะย้ายมาเป็นปลัด สปน.
  • คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อจากนางยุพา

บนเวทีข้าราชการประจำระดับสูงของไทย น้อยคนนักที่จะสามารถยืนหยัดและเติบโตอย่างมั่นคงผ่านพายุความผันผวนทางการเมืองได้เทียบเท่ากับ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)คนปัจจุบัน ผู้ซึ่งกำลังนับถอยหลังเตรียมอำลาชีวิตราชการที่ยาวนานกว่า 37 ปีในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 นี้

ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลพบว่า เส้นทางชีวิตของนางยุพาเติบโตจากข้าราชการชั้นผู้น้อยในอดีตสู่จุดสูงสุดในทำเนียบรัฐบาล เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยผลงานระดับประเทศ การโยกย้ายเชิงยุทธศาสตร์ข้ามกระทรวง ก่อนที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 จะประกาศแต่งตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯสมช. เข้ามารับไม้ต่อในตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนถัดไปอย่างเป็นทางการ

จาก "ลูกหม้อ" กระทรวงวัฒนธรรม สู่ปฐมบท 37 ปีในระบบราชการ

หากย้อนดูปูมหลังของ นางยุพา เกิดวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2508 คือตัวแทนของข้าราชการสายเทคโนแครตที่เติบโตมาจากระบบอย่างแท้จริง หรือที่เรียกกันว่า "ลูกหม้อ" ของกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยฐานการศึกษาที่แน่นหนาตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาเทคนิคการถ่ายภาพและภาพยนตร์ จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ

ปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และต่อยอดความรู้สู่สายบริหารด้วยปริญญาโท MBA และปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปฐมบทชีวิตราชการของนางยุพาเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2530 ภายใต้ร่มเงาของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมศิลปากร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2545 เมื่อเกิดการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร มีการจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นใหม่ เธอจึงได้โอนย้ายมาสังกัดกระทรวงใหม่แห่งนี้ และเริ่มต้นสร้างผลงานจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงในเวลาต่อมา

เจาะไทม์ไลน์ 5 ยุครัฐบาล: เส้นทางการโยกย้ายและผู้กำกับดูแล

ตลอดการทำงานในระดับบริหารระดับสูง เส้นทางของนางยุพาผูกพันและขับเคลื่อนไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของคณะรัฐมนตรีในหลายยุคสมัยอย่างน่าสนใจ

1. ยุคผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม (พ.ศ. 2556 – 2560) นางยุพาเข้าดำรงตำแหน่งนี้ในช่วงรอยต่อของสองรัฐบาล คือรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (คสช.) โดยทำงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงอย่าง นายสนธยา คุณปลื้ม และ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ตามลำดับ

2. ยุคผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ. 2560 – 2561) ยังคงอยู่ในช่วง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (คสช.) มี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 

3. ยุครองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ. 2561 – 2563) ได้รับการแต่งตั้งขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ C10 ในช่วงรัฐบาล คสช. คาบเกี่ยวถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ประยุทธ์ 2/1) ทำงานร่วมกับรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ และส่งต่อมายัง นายอิทธิพล คุณปลื้ม (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562) 

4. ยุคปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ. 2563 – 2567) ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้สูงสุดของกระทรวง (C11) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ผ่านช่วงรัฐบาลถึง 3 ชุด ได้แก่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ (ประยุทธ์ 2/2) , รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และต้นรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ภายใต้ผู้บังคับบัญชา 3 คน คือ นายอิทธิพล คุณปลื้ม , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล 

5. ยุคปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2567 – 2569) ในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ครม. มีมติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ให้โอนย้ายนางยุพาข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 และเริ่มดำรงตำแหน่ง 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567) เพื่อทำหน้าที่ประสานงานราชการแผ่นดินในทำเนียบรัฐบาล

ย้อนรอยบัญชีทรัพย์สิน "ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร"

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งนางยุพา และ นายวิรัตน์ ทวีวัฒนะกิจบวร (คู่สมรส) แจ้งมีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้น 57,597,054 บาท และมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 2,703,066 บาท

เจาะลึกทรัพย์สินของ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร (รวม 45,851,868 บาท)

ทรัพย์สินส่วนตัวของนางยุพา คิดเป็นสัดส่วนหลักของครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นรายการดังนี้

  • เงินฝาก: จำนวน 8 บัญชี รวมมูลค่า 15,241,352 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง: จำนวน 3 รายการในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 19,697,508 บาท (ถือเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงที่สุดของเธอ)
  • เงินลงทุน: มูลค่า 4,617,218 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น: เช่น สร้อยมุก แหวน กำไล และเครื่องประดับต่างๆ รวมมูลค่า 2,558,325 บาท
  • ยานพาหนะ: รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 2,333,500 บาท
  • ที่ดิน: จำนวน 1 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ มูลค่า 1,400,000 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน: มูลค่า 3,965 บาท

สำหรับ หนี้สินส่วนตัว ของนางยุพา มีจำนวน 1,214,028 บาท ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชี 67,871 บาท และเงินกู้จากธนาคารอีก 1,146,157 บาท

ทรัพย์สินของ นายวิรัตน์ ทวีวัฒนะกิจบวร (คู่สมรส) (รวม 11,745,185 บาท)

ในส่วนของคู่สมรส มีรายการทรัพย์สินที่แจ้งไว้ดังนี้

  • เงินลงทุน: มูลค่า 7,269,030 บาท (เป็นสัดส่วนการลงทุนที่สูงกว่าของนางยุพา)
  • เงินฝาก: จำนวน 3 บัญชี รวมมูลค่า 2,083,818 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น: เช่น สร้อยคอทองคำ นาฬิกา และแหวนเพชร รวมมูลค่า 1,566,250 บาท
  • ยานพาหนะ: รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 811,300 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน: มูลค่า 14,787 บาท
  • มี หนี้สินส่วนตัว จำนวน 1,489,037 บาท ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชี 342,880 บาท และเงินกู้จากธนาคารอีก 1,146,157 บาท

ข้อมูลรายได้และรายจ่ายต่อปี (โดยประมาณ)

ครอบครัวทวีวัฒนะกิจบวรมีรายได้เข้ามาอย่างมั่นคง โดยเฉพาะเงินปันผลที่เป็นขุมพลังหลักของทั้งคู่

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร

  • รายได้ต่อปี: ประมาณ 12,498,483 บาท ซึ่งมาจาก เงินปันผลสูงถึง 10,120,000 บาท, เงินเดือน 2,224,883 บาท และเบี้ยประชุม 153,600 บาท
  • รายจ่ายต่อปี: ประมาณ 2,171,478 บาท

นายวิรัตน์ ทวีวัฒนะกิจบวร (คู่สมรส)

  • รายได้ต่อปี: ประมาณ 12,455,525 บาท ซึ่งมาจาก เงินปันผล 10,120,000 บาท เท่ากันกับนางยุพา, เงินเดือน 1,684,000 บาท และค่านายหน้าอีก 651,525 บาท
  • รายจ่ายต่อปี: ประมาณ 1,325,064 บาท

เปรียบเทียบทรัพย์สินย้อนหลัง (ปี 2565 vs ปี 2568)

หากเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินที่เคยยื่นไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งขณะนั้นแจ้งทรัพย์สินรวมกันไว้ที่ 58,193,542.58 บาท และหนี้สินรวม 4,082,892.91 บาท จะพบว่า ครอบครัวมี ทรัพย์สินลดลง 596,488.58 บาท ขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการลด หนี้สินลงไปได้ถึง 1,379,826.91 บาท

ส่งไม้ต่อสิงห์ความมั่นคง ‘ฉัตรชัย บางชวด’ นั่งเก้าอี้ปลัด สปน. คนใหม่

ฉากทัศน์สุดท้ายบนเส้นทางข้าราชการของปลัดฯ ยุพา กำลังจะปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์พร้อมการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 แต่การเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านอำนาจการบริหารงานในทำเนียบรัฐบาลกลับเริ่มต้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโยกย้าย  นายฉัตรชัย บางชวด จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อรับไม้ต่อในการขับเคลื่อนงานประสานงานราชการแผ่นดินและงานบริการประชาชนต่อจากนางยุพาโดยตรง