thansettakij
thansettakij
ครม. ไฟเขียว ม.33 ดึง 'แม่บ้าน-คนสวน-คนขับรถ -ลูกจ้างแผงลอย' เข้าประกันสังคม

ครม. ไฟเขียว ม.33 ดึง 'แม่บ้าน-คนสวน-คนขับรถ -ลูกจ้างแผงลอย' เข้าประกันสังคม

25 ส.ค. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ส.ค. 69 | 07:48 น.

ครม. ไฟเขียวดึงลูกจ้าง 3 กลุ่ม ทั้งแม่บ้าน คนสวน และแผงลอย เข้าประกันสังคม ม.33 รับสิทธิคุ้มครองครบ 7 กรณี คาดผู้ประกันตนเพิ่ม 1.05 ล้านคน

KEY

POINTS

  • ครม. อนุมัติหลักการขยายความคุ้มครองประกันสังคมมาตรา 33 ให้ครอบคลุมลูกจ้าง 3 กลุ่มที่เคยถูกยกเว้น รวมถึงแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และลูกจ้างแผงลอย
  • ผู้ประกันตนกลุ่มใหม่จะได้รับสิทธิประโยชน์ครบ 7 กรณีเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และว่างงาน
  • การขยายความคุ้มครองนี้ครอบคลุมทั้งลูกจ้างสัญชาติไทยและต่างชาติที่มีเอกสารถูกต้อง โดยคาดว่าจะมีผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นกว่า 1.05 ล้านคนภายในปี 2573

ครม. อนุมัติหลักการแก้กฎหมาย เปิดทางลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าสู่ประกันสังคม ม.33 ได้สิทธิครบทั้งเจ็บป่วย–มะเร็ง–คลอดบุตร–ทุพพลภาพ–เสียชีวิต–ชราภาพ–ว่างงาน คาดปี 2573 มีผู้ประกันตนเพิ่มกว่า 1.05 ล้านคน 

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อขยายความคุ้มครองระบบประกันสังคมมาตรา 33 ให้แก่กลุ่มลูกจ้างที่เคยถูกยกเว้น

สำหรับร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ จะขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง 3 กลุ่ม เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้แก่ 
1. ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์
2. ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา อาทิ แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ 
3. ลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบการค้าแผงลอย

การขยายความคุ้มครองครั้งนี้หมายถึง ลูกจ้างกลุ่มที่เดิมถูกยกเว้นจะมีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป ครอบคลุมตั้งแต่เจ็บป่วย มะเร็ง คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และว่างงาน ช่วยเพิ่มหลักประกันให้คนทำงานและครอบครัวในช่วงที่เกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยจนกระทบต่อการทำงานและรายได้ รวมถึงมีหลักประกันเมื่อว่างงานและเข้าสู่วัยชรา

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิทธิดังกล่าวครอบคลุมทั้งลูกจ้างสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ที่มีเอกสารยืนยันตัวตนและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง รวมถึงกลุ่มลูกจ้างต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้ทำงานในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไม่ได้กำหนดสัญชาติของลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทำให้กลุ่มลูกจ้างดังกล่าวสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับแก้ไขระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย จากเดิม 60 วัน เป็น 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้าง และสำนักงานประกันสังคมมีเวลาเตรียมความพร้อม ทั้งด้านระบบการส่งเงินสมทบและการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอย่างทั่วถึง

สำหรับผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การขยายความคุ้มครองครั้งนี้จะทำให้จำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2569 และเมื่อถึงปี 2573 คาดว่าจะมีผู้ประกันตนรวมแล้วกว่า 1,050,000 คน เป็นการขยายหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมคนทำงานที่เคยอยู่นอกระบบมากขึ้น และช่วยให้คนทำงานกลุ่มนี้มีหลักประกันรองรับความเสี่ยงสำคัญในชีวิตมากกว่าเดิม

การปรับกฎหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ประกันตน แต่เป็นการขยาย “หลักประกัน” ไปถึงคนทำงานที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ตั้งแต่แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ ไปจนถึงลูกจ้างแผงลอยและลูกจ้างในกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ให้เข้าถึงความคุ้มครองเมื่อเกิดเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ว่างงาน หรือเข้าสู่วัยชราได้มากขึ้น